Trouble in Paradise : วิศรุต อังคทะวานิช

15 July 2016 / 5828 views
วันนี้ได้มีโอกาสได้มาที่ Yodobashi Camera สาขา Akihabara อีกครั้ง แผนกกล้องของที่นี่ ใหญ่โตมโหฬารราชดำเนินสะดวกที่สุดในบรรดาห้างขายกล้องที่เคยเดิน มีขายเรียกได้ว่าทุกอย่าง ทุกยี่ห้อ ที่เป็นสินค้าเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ตั้งแต่ของแบรนด์สามัญชนคนเดินดินกินซูชิอย่างเราๆจะมีปัญญาและภรรยาอนุมัติหาซื้อได้ จนไปถึงระดับจักรพรรดิ์ไกเซอร์แห่งเยอรมันผู้มีจุดแดงเจ๊กเตียมอั๊งประทับอยู่บนหัวหล้อง หรือกระทั่งพี่ๆระดับมีเดียม หรือเสด็จพ่อ large format บางตัวก็ยังมีให้เห็น 

ไม่เพียงแค่อุปกรณ์ปกติที่เรารู้จักกันดี ยังมีกล้องถ่ายภาพจุลทรรศน์เอย กล้องเพื่อการถ่ายดาว (ดาวจริงๆ ไม่ใช่ดาวคณะฯ) อุปกรณ์สตูดิโอ ตั้งแต่ฉากยันคลิปกระจุ๊กกระจิ๊กเต็มไปหมด เกือบทั้งหมดนั้นมีตัวเดโมให้จับให้ลองให้ได้ลูบคลำให้หนำใจ ปัดเป่าข้อสงสัยสารพัดประการที่กำจัดทุกจินตนาการว่ามันจะดีหรือเปล่า 

มาที่นี่ที่เดียว ไม่ว่าอยากรู้ว่าเลนส์จะหนักแค่ไหนเวลาใส่กับบอดี้อะไร น้อยส์จะมากน้อยแค่ไหน ยิงรัว 10 รูปใน 1 วิมันเป็นยังไง และอีกสารพันปัญหาคาใจ แค่ได้มาจับหยิบยกของจริง ก็พาใจให้ลอยล่องไปกับเงินที่ปลิดปลิวไปแบบเคลิ้มๆกันได้ไม่ยาก ถ้าแค่นั้นยังไม่สาแก่ใจ ยังมีขายฟิล์มถ่ายภาพตั้งแต่ขนาดเล็กไปถึงขนาดชีท 8x10 นิ้วที่แทบจะไม่มีคนใช้กันในไทยแล้ว 




ตำรา หนังสือถ่ายภาพ หนังสือภาพถ่าย กรอบรูป เครื่องพิมพ์ ไปยันขาตั้ง กระเป๋ากล้องแบบอ่อน แบบแข็ง เป้ สลิง สะพาย ตะกงตะกายมีกันหมดเชื่อว่าช่างภาพเราๆท่านๆ เป็นใครได้ไปเจอห้างนี้ ก็เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในสรวงสวรรค์วิมานคนธรรพ์เต้นกันเร่าๆ อยู่กันตั้งแต่ห้างเปิดยันห้างปิดก็ได้ เพราะไปมากี่รอบ ก็ไม่เคยจะได้ดูครบทุกชั้นทุกยี่ห้อ มีอันเป็นไปต้องตื่นจากฝันเพราะภรรยาท่านเรียกกลับเสมอๆ (แน่นอน สายกันพลา ก็มีนะครัช เชิญชั้น 6 สวรรค์วิมาณคนธรรพ์เต้นกันเร่าๆ เช่นกัน) 


ภาพจาก Google Street View
ครั้นพอได้มาเจอสวรรค์เช่นนี้ บ่อยครั้งที่มีคำถามนึงรบกวนจิตใจ นั่นก็คือ ... ถ้าหากเรามีอุปกรณ์ครบทุกอย่างในนี้ (ทุกอย่างเลยนะ) (ทุกอย่างงงงจริงๆ ไม่มีข้อแม้) หรือ อุปกรณ์ที่เว่อร์ๆกว่านี้แบบว่าจ้างบริษัททำให้พิเศษอย่างที่ทำให้ NASA ด้วยเอ้า ... ปัญหาคือ เราจะถ่ายอะไร???

ทุกครั้งที่นึกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็มักจะพบความจริงที่ไม่อยากจะรู้ ... ว่า ... ตอบไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะถ่ายอะไรที่ให้ผมรู้ว่า ปัญหาทางการถ่ายภาพจริงๆ ที่ผมมี ไม่ใช่อุปกรณ์ไม่พร้อม (ที่ผมมักคิดว่ามันเป็นเหตุผลที่ดีที่จะไม่ก้าวต่อ) แต่เป็นเรื่องของสมองไม่พร้อม ขนาดเล็กไป น้ำหนักไม่มากพอ รอยหยักมันเรียบเกินไป หรือมีขี้เลื่อยเหลืออยู่เยอะไป (คิดถึงทีไรก็เจ็บๆ แสบๆ ... จี๊ดใจ เซี่ยงจี๊ ตับ ไต ไปถึงปลายผมทุกที)

ต่อให้มากกว่านั้น (ไหนๆ วันนี้คุยเรื่องจินตนาการแล้ว เอาให้สุด) สมมุติว่า ให้ของทุกอย่าง อา ... อาจจะไม่พอ เอางี้ เอาเงินไปอีกปึก ตั๋วเครื่องบินไปที่ไหนก็ได้ นายแบบนางแบบอยากได้ใครบอก ขอแค่พวกที่ยังไม่ต้องขุดจากหลุมศพ ยังพอจ้างได้ตัวเป็นๆ อยากได้อะไร เอาไปให้หมด

คำตอบก็ยังไม่ค่อยจะต่างจากเดิมคือ ... ก็คิดไม่ออก ยิ่งถ้าบอกว่า ให้ทุกอย่าง ขอแค่ผลิตงานที่เป็น Masterpiece มาให้ได้สักชิ้น คำตอบก็คือ ... เหมือนเดิม ... ดังนั้น ไอ้เหตุผล (หรืออีกด้านหนึ่งที่เราไม่ค่อยอยากเรียกมันว่า ข้ออ้าง) ในการทำงานดีๆไม่ได้ จึงไม่ได้มาจากไม่มีอุปกรณ์ดีๆ

แต่การถ่ายภาพจริงๆ มันไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกเลย มันอยู่ที่ความคิด มันอยู่ที่การใช้ชีวิต นึกถึงหนังสือภาพถ่ายหลายๆ เล่ม โดยเฉพาะพวก LIFE สมัยหลายสิบปีก่อน ภาพระดับสุดยอดมาจากกล้องฟิล์มธรรมดาๆ ที่ไม่มีระบบ autofocus 51 จุด ไม่มีระบบวัดแสง 3D ไม่มีกันสั่น ไม่มีทำโน่นทำนี่ 

แต่ภาพมันแรง ภาพมันโดน ...

แล้วเราก็เริ่มมีดวงตาเห็นธรรมมากขึ้น ใครมีโอกาสได้มาโตเกียว แล้วมาที่อากิฮาบะระ ลองแวะมาที่นี่สักครั้ง ถ้าจะมองว่ามันเป็นสถานปฎิบัติธรรมโยโดบะชิ ที่เคาะหัวเราให้มีดวงตาเห็นธรรมในการสร้างงานถ่ายภาพ (ญี่ปุ่นนี่มัน ZEN ชะมัด ขนาดทำห้างขายกล้อง ยังมีปริศนาธรรมซ่อนอยู่) ... ก็ไม่ใช่การกล่าวเกินจริงแต่ประการใด ส่วนจะได้เช่าหลวงพี่หลวงพ่อองค์ไหนติดไม้ติดมือกลับมา อันนั้นก็ไม่ห้ามกัน แล้วแต่ศรัทธาและภรรยาจะโปรด

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ หาคำตอบให้ตัวเองได้รึยังครับ ว่าเราจะถ่ายอะไร?

ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
POWERED BY MINIMORE