มือที่ถือกล้อง : วิศรุต อังคทะวานิช

22 June 2016 / 5493 views

กล้องถ่ายภาพเป็นอุปกรณ์ที่แปลกและน่าสนใจมาก มันสามารถเปลี่ยนพลังงานแสงให้กลายเป็นประวัติศาสตร์ได้ สามารถดึงภาพนิ่งออกมาจากความต่อเนื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สมัยผมเด็กๆ ในยุคที่เรียกกันว่ายุคจรวด มีคนไปยืนบนดวงจันทร์ได้ การได้เห็นภาพถ่ายก็ยังเป็นความแปลกมหัศจรรย์มาก (ไม่รู้เด็กสมัยนี้ยังรู้สึกรึเปล่าเพราะได้เห็นภาพจากทางมือถือ หรือกล้องดิจิตอลบ่อยๆ แต่สมัยนั้นเราถ่ายรูปกันปีนึงไม่กี่หนหรอกครับ เฉพาะโอกาสพิเศษ)

ยิ่งพอได้เห็นหน้าตาตัวเอง มันเหมือนได้ถอดจิตออกจากร่าง ไปอยู่ในอีกจุดที่ไม่เหมือนการส่องกระจก แต่มันไปได้ไกลกว่าการยืนหน้ากระจก ทำให้ผมรู้สึกว่ากล้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีความแตกต่างจากสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ มันไม่เพียงแต่ทำภาพออกมาได้ แต่มันแทนสายตาคนอื่น แทนมุมมองคนอื่นได้ด้วย

แต่กล้องก็ทำให้คนถือมันโดนเข้าใจผิดได้มากมาย ใครก็ตามที่สะพายกล้อง ก็จะโดนเหมาว่าเป็นช่างภาพกันหมด แต่จริงๆแล้ว คนถือกล้องมีความแตกต่างกันมากมาย ถ้ามีคน 5 คนยืนถ่ายภาพในเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์หนึ่ง อาทิเช่น เหตุการณ์สุริยุปราคา

คนแรกอาจจะเป็นนักข่าว คนที่เป็นนักข่าวใช้กล้องในการทำข่าวหรือสารคดี สิ่งที่เค้าต้องการจากกล้อง คือ หลักฐานของเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ต้องเคารพในอาชีพคือข้อเท็จจริงในภาพถ่าย จะมาทำโพรเซสลบโน่นเติมนี่เข้าไป ก็จะผิดจรรยาบรรณช่างภาพข่าวทันที ความถูกต้อง แม่นยำ มุมมองที่สามารถเล่าเรื่องได้ในภาพ เป็นคุณสมบัติสำคัญ

อีกคนที่สะพายกล้อง คือ ช่างภาพอิสระที่จริงจังกับการถ่ายภาพ คนพวกนี้ใช้กล้องเพื่อบันทึกภาพให้ได้ความงามของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า อาจจะเอาภาพไปแต่งต่อให้ดูมีบรรยากาศเหนือจริงขึ้นกว่าเดิม นอกเหนือจากความสุขที่ได้ถ่ายภาพแล้ว ชื่อเสียง การยอมรับของสังคมคือความต้องการของคนกลุ่มนี้

อีกคนที่เป็นคนสะพายกล้องคือ นักท่องเที่ยว คนพวกนี้ใช้กล้องเพื่อความบันเทิง สิ่งที่กล้องทำให้เค้าคือเรื่องของความสนุกสนาน เค้าอาจจะแค่ถ่ายเซลฟี่ตัวเองโดยไม่มีอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ตรงหน้าเลยก็ได้ หรือถ่ายแค่สแนปภาพแบบที่ใส่ฟิลเตอร์แต่งสีแต่งโทนให้ออกมาแปลกประหลาด เหนือจินตนาการ แต่สิ่งที่เค้าต้องการก็คือการได้เอาภาพไปอวดเพื่อนฝูง

คนอีกคนที่สะพายกล้อง คือ ศิลปิน คนพวกนี้ก็ใช้กล้องในการทำงาน แต่สิ่งที่เค้าถ่ายคือแนวคิดและสุนทรียภาพ เค้าอาจจะถ่ายออกมาเหมือนสิ่งที่อยู่ตรงหน้า หรือไม่เหมือนเลยก็อาจจะเป็นได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การนำเสนอความแปลกใหม่ ความสวยงาม ความน่าสนใจให้ออกมาเป็นภาพผ่านกล้อง

คนสุดท้ายที่มายืนสะพายกล้องเป็นช่างภาพเพื่อการค้า อาจจะถ่ายไปขายเวปสต็อค หรือมีคนจ้างวานมาให้ถ่าย คนกลุ่มนี้ถือว่าการถ่ายภาพเป็นงานชนิดหนึ่งที่ต้องทำตามลูกค้า ตามโจทย์ที่มีมาให้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การตอบโจทย์และทำให้ผู้ว่าจ้างพอใจ


ทั้งหมดมีเป้าหมายในการใช้กล้องต่างกัน มีวิธีการต่างกัน แต่เพราะแค่สะพายกล้องเหมือนกัน เลยโดนเรียกว่า ‘ช่างภาพ’ เหมือนกัน ดังนั้นบางทีก็มีความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น เพราะต่างก็คิดว่าอีกคนก็เป็นช่างภาพเหมือนตน แต่กลับทำอะไรที่ขัดแย้งกัน ก็มีเป็นระยะๆ

เรื่องทั้งหมดอาจจะเข้าใจง่ายขึ้นถ้าเรามองกล้องเป็นเหมือนปากกาในมือนักเขียนนิยาย ก็สร้างสรรค์จินตนาการมหัศจรรย์พันลึกกันไป ปากกาในมือนักข่าว ก็กลายเป็นเนื้อข่าวที่นำเสนอข้อเท็จจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นตามมุมมองของคนเขียน ปากกาในมือนักวาดภาพ ก็สานร้อยกันด้วยเส้นนับหมื่นพันเส้น กลายมาเป็นภาพที่สวยงามน่าสนใจ ปากกาในมือนักบัญชี ก็เอาไว้คำนวนตัวเลข จดลงสมุด ปากกาของนักแต่งเพลงก็เอาไว้เขียนโน้ตเพลง กลายเป็นบทเพลงที่ไพเราะ

กล้องก็ไม่ต่างอะไรจากปากกา โดยตัวเองแล้วมันไม่สามารถทำอะไรได้ ขึ้นอยู่กับคนใช้มันจะเล่าอะไรผ่านกล้องนั้น ซึ่งก็เหมือนคนใช้ปากกาเขียนนิยาย วาดรูป แต่งเพลง จดบันทึก ฯลฯ นิยายจะสนุกไม่เกี่ยวกับปากกาเขียนลื่นแค่ไหน บันทึกน่าอ่านเพราะมีข้อมูลที่น่าสนใจ ไม่ใช่เพราะลายมือสวย รูปวาดสวยไม่ใช่เพราะปากการาคาแพง และคงไม่มีใครมาเขม่นกันเพราะใช้ปากกาคนละยี่ห้อ คงไม่มีคนดูถูกกันเพราะอีกคนใช้ปากการาคาถูก คงไม่มีใครที่จะไปถามนักเขียนว่า นิยายสนุกมาก ใช้ปากกายี่ห้ออะไร แต่ที่ตลกและน่าคิดมากในวงการช่างภาพ  คือ เรามักเจอคำถามบ่อยๆ ว่า ภาพสวยจัง ใช้กล้องอะไรครับ


วิศรุต อังคทะวานิช (Visarute Angkatavanich)

ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
กำลังโพสต์
ขอบคุณครับ ^^
22 June 2016 18 : 24 : 20
Pornsan
ขอบคุณมากนะครับ
22 June 2016 16 : 49 : 50
POWERED BY MINIMORE