Lumix GX85 : Field Test by Visarute

22 November 2016 / 6199 views

Intro

ในยุคสมัยนี้ การออกแบบกล้องมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ตามความต้องการที่เฉพาะเจาะจงแตกต่างกันไปของช่างภาพแต่ละคน สำหรับผมเองก็มีทั้งกล้องไว้ใช้งานในสตูดิโอที่ต้องการความละเอียดสูงๆ กล้องสำหรับงาน outdoor ที่น้ำหนักเบา กล้องสำหรับวันพักผ่อนที่ถ่ายได้ภาพคุณภาพสูงแต่ตัวไม่ใหญ่มาก หรือกล้องคอมแพคตัวเล็กๆสำหรับใช้พกพาในชีวิตประจำวันเวลาที่ต้องการภาพที่คุณภาพสูงกว่ากล้องจากโทรศัพท์มือถือ เบ็ดเสร็จแล้วสำหรับช่างภาพอาชีพสมัยนี้ จะมีกล้องที่ใช้อยู่ราวๆ 4-5 ตัวขึ้นไป (ไม่นับกล้องสะสมที่ไม่ค่อยได้ใช้งานจริง) และแน่นอนว่าแต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน ไม่มีกล้องที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ ดังนั้นการเลือกซื้อ เลือกใช้กล้องให้เหมาะกับสถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องพิจารณา 


Lumix GX85

วันนี้ได้มีโอกาสมาเล่าถึงกล้องตัวหนึ่ง ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นกล้องสำหรับวันหยุด น้ำหนักสบายๆ ตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ ถ่ายง่าย สนุก แต่ก็คาดหวังภาพจริงจังได้ด้วย นั่นก็คือ Lumix GX85 ซึ่งเป็นกล้อง Mirrorless ที่เปลี่ยนเลนส์ได้ มากับเซนเซอร์ขนาด 16 MP ที่ถอด optical low pass filter ออกทำให้ได้ภาพที่คมชัดขึ้นกว่าเดิม และที่น่าสนใจมากคือ สามารถถ่าย 4K VDO ได้ด้วยในราคาค่าตัวที่สบายกระเป๋าที่สุดในกลุ่มกล้อง 4/3 ที่เป็น 4K เหมาะกับชาวโฟโต้สต๊อก ที่ต้องการกล้อง 4K ในการส่ง VIDEO และถ่ายภาพนิ่งคุณภาพสูงในตัวเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีระบบกันสั่น 5 แกนที่กล้อง ซึ่งทำงานร่วมกับระบบกันสั่นของเลนส์ ช่วยให้มีโอกาสได้ภาพที่นิ่งขึ้นได้เมื่อต้องใช้สปีดชัตเตอร์ที่ช้าๆ ส่วนระบบจอสัมผัส กับ Wi-Fi ถือว่าเป็นมาตรฐานของกล้องยุคนี้แล้ว หมดห่วงได้ มีมาให้อยู่แล้วครับ.


Lumix Background

สำหรับคนที่ยังไม่ค่อยคุ้น Lumix เป็นแบรนด์ที่บุกเบิกกล้อง 4/3 mirrorless ตั้งแต่รุ่น G-1 ที่เป็นกล้อง 4/3 mirrorless ตัวแรกของโลก ที่ออกแบบให้ไม่มีกระจกสะท้อนภาพในกล้อง ทำให้สามารถลดขนาดของกล้อง DSLR ลงมาให้กระทัดรัด แต่ยังคงคุณสมบัติที่เปลี่ยนเลนส์ได้ และมีเซนเซอร์ที่ใหญ่กว่ากล้องคอมแพค ที่น่าสนใจเพิ่มเติมก็คือ กล้องและเลนส์หลายรุ่นของ Lumix ได้พัฒนาร่วมกับ Leica ดังนั้นในแง่ของเลนส์ Lumix ก็จะมีบางรุ่นที่มีชิ้นเลนส์ Leica อยู่ด้วย แม้ว่าเราจะไม่ค่อยเห็นคนสะพาย Lumix เยอะ แต่เท่าที่ลองถามไถ่ และหาข้อมูล Lumix ผมพบว่าเป็นกล้องที่ดีเงียบๆ และไม่ทำให้เจ้าของผิดหวัง หลายๆ คนก็เป็นมืออาชีพในวงการภาพนิ่งและภาพยนต์


GX85

เมื่อแรกสัมผัส ตัวบอดี้ของ GX85 มีขนาดกระทัดรัด แต่ดูหนักแน่นแข็งแรง ทำจากวัสดุ Polycarbonate หน้าตาสุภาพเรียบร้อย gentleman มาก ทำให้นึกถึงกล้องคลาสสิค แต่ในความเรียบง่าย มีวงแหวนปรับค่าให้ 2 ตัว สะดวกต่อการใช้งานมาก โดยเฉพาะบางสถานการณ์ที่ต้องใช้โหมด M การมี 2 วงแหวนทำให้ปรับค่า f stop และ speed ได้ง่ายและสะดวกมาก นอกจากนั้น ส่วนมากที่ผมใช้เวลาเดินเล่นคือ โหมด P การชดเชยแสงก็ทำได้สะดวกรวดเร็วมาก โดยการกดวงแหวนด้านหลัง ก็จะเข้าไปในระบบชดเชยแสงได้ทันที ซึ่งการชดเชยแสงเป็นหัวใจของการถ่ายโหมด P สำหรับผม เพราะบางทีผมก็ชอบภาพที่ under หรือ over กว่าปกติ 




ภาพที่มีลักษณะโทนเข้ม ถ้าถ่ายด้วยโหมด P แล้วไม่ชดเชยแสง ไม่ว่ากล้องตัวไหนก็ตามจะได้ภาพโทนที่ไม่เข้มเหมือนจริง ปุ่มชดเชยแสงที่ใช้งานง่ายจึงจำเป็นสำหรับกล้องทุกตัว


Field Test

หลังจากลองเอาไปถ่ายเล่นดู ผมคิดว่านี่คือกล้องที่ตั้งใจออกแบบมาให้สายสตรีทโดยเฉพาะ ด้วยขนาดเล็กพอๆที่จะอยู่ในฝ่ามือได้ และหน้าตาที่เรียบๆ ทำให้มันดูเป็นกล้องล่องหนได้ไม่ยาก (ถ้าไม่ได้ติดเลนส์ขนาดใหญ่ให้สะดุดตาคนซะก่อน) เลนส์ Kits 12-32 mm ที่ให้มาก็ครอบคลุมกับการใช้งานสตรีทอยู่แล้ว พาออกไปตั้งแต่เช้าจรดค่ำก็ไม่เหนื่อย ไม่หนัก และแน่นอนมันใช้งานถึงตอนค่ำได้จริง 









ออกภาคสนามแบบสบายๆ


ระบบโฟกัสถือว่าเร็วมากสำหรับกล้องประเภทนี้ ถ้าในสภาพแสงที่มากพอ แค่ยกขึ้นมากดก็ได้เลย ผมออกไปทดสอบในที่แสงน้อย ถึงเลนส์คิทจะไม่ได้ไวแสงมาก แต่ด้วย iso ที่สูง และระบบกันสั่น 5 แกนที่ทำงานร่วมกับระบบกันสั่นของเลนส์ใช้งานได้จริงจัง ถ้าไม่ดัน iso ไปสูงมากๆ ระดับหลักหมื่น noise ที่เกิดอยู่ในสภาพที่ดีมาก ถ้าย่อภาพสำหรับลงในเว็บ แทบจะไม่เห็นเลยทีเดียว ยิ่งถ้าใช้ร่วมกับระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง โอกาสที่จะได้ภาพที่นิ่ง โฟกัสเข้า และจังหวะดีๆยิ่งมีมากขึ้น 



GX85 เป็นกล้องที่ถ่ายในสภาพแสงน้อยได้ดีมาก ทั้งระบบกันสั่น 2 แกนที่ทำงานร่วมกับระบบกันสั่นของเลนส์ รวมทั้ง noise ที่กลมกลืนกับภาพ ทำให้แทบจะไม่เห็น noise แม้ว่าจะถ่ายยามค่ำคืนโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้อง ก็ยังคาดหวังไฟล์คุณภาพสูงพอสามารถส่งเว็บ Stock Photoได้


ด้วยขนาดตัวกล้องที่เล็กและหน้าตาเรียบๆ ทำให้เหมาะสมกับงานสตรีทที่จะกลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อมได้ ตัวแบบที่โดนถ่ายก็ไม่รู้สึกกลัว 



แฟลชเล็กที่ซ่อนอยู่ในกล้อง เวลาฉุกเฉินก็สามารถเปิดมาสร้างเอฟเฟคที่น่าสนใจได้ ภาพนี้ใช้แฟลชร่วมกับการใช้ Speed Shutter ต่ำ เพื่อเน้นให้มีความเคลื่อนไหวของแบบ แต่ก็มีจุดที่คมชัดด้วย



Studio Test

จริงๆในระบบปิดที่คุมปัจจัยการถ่ายได้หมดอย่างในสตูดิโอ แทบทุกกล้องจะให้ภาพที่ไม่ต่างกันมาก แต่กล้องที่ถ่ายได้ 6 fps โดยที่ใช้แฟลชด้วย ก็ทำให้ได้ภาพเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้นเยอะ อย่างการถ่ายภาพปลาที่ปกติต้องเล็ง และรอจังหวะดีๆ เพราะกล้องปกติที่เคยใช้กดรัวกับแฟลชไม่ได้ พอลองใช้ GX85 จังหวะที่ยากๆ ก็สามารถถ่ายได้ง่ายกว่ากันมาก 









ความเร็วชัตเตอร์ 6 เฟรมต่อวินาที ทำให้ง่ายต่อการจับจังหวะต่างๆมากขึ้น อุปกรณ์ใหม่ๆสามารถเปลี่ยนวิธีการถ่ายเดิมๆให้ง่ายขึ้นอีกมาก

สิ่งของธรรมชาติที่มีรายละเอียดเยอะๆแบบนี้ ก็สามารถเก็บรายละเอียดมาได้อย่างน่าพอใจ


ภาพที่เทสต์โดยใช้ไฟสตูดิโอถ่าย จะบ่งบอกคุณภาพสูงสุดที่กล้องและเลนส์สามารถไปถึงได้ ซึ่ง GX85 กับเซนเซอร์ 4/3 ขนาด 16 ล้านพิกเซล ได้ไฟล์ที่สามารถนำไปพิมพ์ขนาดโปสเตอร์ได้สบายๆ


Extreme Case

ถึงแม้ว่า GX85 ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานแบบยากสุดขีด แต่เมื่อได้ลองทดสอบ ถ้าต้องเอาไปถ่ายอะไรที่ท้าทายว่าจะสามารถใช้งานได้รึเปล่า เลยมีโอกาสเอาไปติดกับ tele zoom 100-400 f4-6.3 ไปเที่ยวบางปูถ่ายนกนางนวล ซึ่งในวงการถ่ายนกเค้าไม่นิยมใช้ mirrorless กัน ต้องยอมรับว่าการโฟกัสสิ่งที่บินเร็วๆ ด้วยเลนส์ tele กับกล้อง mirrorless ที่ไม่เห็นภาพจริงแบบ DSLR ทำได้ยากมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ซึ่งวันที่ไปก็เป็นวันที่เมฆครึ้มมาก แน่นอนไม่เหมาะกับการถ่ายภาพ แต่เหมาะกับการทดสอบกล้องจริงๆ ในสภาพแสงไม่อำนวย คอนทราสต่ำ แต่ GX85 ก็ยังทำให้เก็บภาพดีๆ มาได้หลายสิบภาพ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหมดไปเกือบ 2 พันรูปเลยทีเดียว (ทำให้เห็นว่าแบตเตอรี่ของ GX85 ก็เก่งไม่เบา อาจจะเพราะผมถ่ายแค่ jpeg ไม่ได้ถ่าย RAW ด้วยเป็นอีกสาเหตุให้ถ่ายได้เยอะ)















การถ่ายภาพนก เป็นอะไรที่ไม่ค่อยเหมาะกับกล้อง Mirrorless ซักเท่าไหร่ ช่างภาพสายถ่ายนกมักใช้ DSLR ด้วยสาเหตุเรื่องความเร็วโฟกัส สำหรับ GX5 ถึงแม้จะเป็น Mirrorless รุ่นประหยัด แต่ถ้าโอกาสมาถึง แม้ว่าจะยากกว่า แต่ก็สามารถถ่ายนกให้ได้ทั้งโฟกัสและจังหวะเช่นกัน


My Favourite Things

สำหรับ GX85 นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่เรียบหรู และพกพาง่าย สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจมากและเป็นเสน่ห์ของรุ่นนี้ คือ โหมด L.Monochrome ที่ให้ภาพเหมือนกับฟิล์มขาวดำ กล้องทั่วไปเวลาปรับเป็นขาวดำ คอนทราสต์จะดูเทาๆ หม่นๆ แต่ L.Monochrome จะให้คอนทราสที่จัดขึ้นมีสีดำจริง ซึ่งทำได้ในกล้องไม่กี่รุ่นในโลก อย่างเช่น Leica M Monochrom ซึ่งราคาแพงกว่ากันมาก ถ้าย้อนกลับไปยุคฟิล์ม การเอาฟิล์มสีมาอัดในกระดาษขาวดำ เราจะได้ภาพที่มีคอนทราสต์ที่หม่นๆ นั่นเป็นเพราะว่า ชั้นไวแสงของฟิล์มสีมีหลายชั้นและมีสีของ base film ที่ออกสีส้มน้ำตาล ความใสของฟิล์มเลยน้อยกว่าฟิล์มขาวดำแท้ๆ ที่มีชั้นไวแสงชั้นเดียว ซึ่งเวลาอัดภาพออกมา ภาพจากฟิล์มขาวดำจริงจะได้ค่าขาวดำที่มีคอนทราสต์จัดกว่า สีดำจะดำสนิท ขาวก็ใส เวลาเปิดโหมด L.Monochrome ออกไปถ่าย มองอะไรก็สวยกว่าตาเปล่า เป็นอะไรที่เพลิดเพลินมาก 




















จากโหมด L.Monochrome ของกล้อง


นอกจากนั้น ระบบชัตเตอร์ของ GX85 ยังเลือกได้ว่าจะเป็นแบบม่าน ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ให้ลดแรงสะเทือนมากกว่าเดิม หรือ electronic ซึ่งแบบ electronic จะสามารถทำสปีดได้สูงถึง 1/16000 วินาที และลดแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่า ซึ่งสามารถถ่ายต่อเนื่องได้ 8 ภาพต่อวินาที ถ้าความไวระดับนี้ยังไม่พอ GX85 สามารถถ่ายภาพนิ่งด้วยระบบ 4K 30 ภาพต่อวินาที แล้วดึงภาพออกมาได้จาก VDO แต่ถ้าใช้กับไฟแฟลช ก็จะเป็นระบบม่าน sync speed ที่ 1/160 วินาที 

นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจมากคือ ระบบ post focus เมื่อใช้ระบบนี้ กล้องจะถ่ายภาพในทุกจุดโฟกัสมาให้เป็นไฟล์ VDO เราสามารถมาเลือกภายหลังได้ว่าจะเอาภาพที่จุดโฟกัสไหน โอกาสถ่ายภาพหลุดโฟกัสจะลดลง ถ้าเอามาประยุกต์ สามารถทำภาพชัดลึกสูงได้โดยการเอามารวม stack ใน photoshop นับว่าน่าสนใจมากครับ นักถ่ายภาพมาโครน่าจะชอบ


Conclusion

Lumix GX85 นับว่าเป็นกล้องที่น่าประทับใจตัวหนึ่ง แม้ว่าจะออกแบบมาเป็นกล้องรุ่นกระทัดรัด สำหรับวันสบายๆ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ก็สามารถถ่ายภาพในสภาพที่ยากๆ เช่นแสงน้อย วัตถุเคลื่อนไหวเร็ว ฯลฯ ได้ด้วยไม่แพ้กล้องทำงานจริงจังตัวอื่น ขนาดไฟล์ภาพประมาณ 40 MB เวลาเปิดใน photoshop ถึงแม้จะไม่ได้ใหญ่สุดขีดแบบกล้องรุ่นใหญ่ๆ แต่ก็ถือว่าเหลือเฟือสำหรับงานทั่วไป ลงเว็บ ส่งขาย stock photo หรือพิมพ์ขนาดโปสเตอร์ก็ยังได้  ยิ่งเทียบราคากับกล้องระดับเดียวกัน GX85 ถือว่าเป็นกล้อง 4/3 mirrorless ที่ถ่าย 4K ได้ในราคาสบายใจสุดในเวลานี้ เหมาะสำหรับช่างภาพที่อยากมีกล้องติดตัว หรือช่างภาพ stock photo ที่ต้องการถ่ายภาพนิ่งและ 4K VDO ในตัวเดียวกัน

Note :

มีการปรับแต่งภาพในเรื่องการตัดส่วน ความสว่าง สี ในบางภาพเนื่องจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ในการถ่ายแต่ละวัน การทดสอบเน้นการใช้งานจริงที่เวลาถ่ายแล้ว เราก็ต้องมาปรับไฟล์เพิ่มตามปกติอยู่แล้ว


ภาพแถม










ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
POWERED BY MINIMORE