เล่าหลังเลนส์ 1 : คุณหมอเฉก สูงวัยใจเกินร้อย by คัมภีร์ ผาติเสนะ

11 July 2016 / 1962 views

สวัสดีเพื่อนชาวๆ PIXNIQ ครับ ขอเกริ่นแนะนำตัวสักนิด ผมชื่อคัมภีร์ ผาติเสนะ (พี) เคยทำงานประจำถ่ายภาพสารคดีให้กับนิตยสาร National Geographic ฉบับภาษาไทย มีผลงานตีพิมพ์มาสัก 20  กว่าเรื่องเห็นจะได้ครับ

พูดถึงภาพถ่ายใน  NG (ขอเรียกสั้นๆ) ที่เราเห็นๆกันนี่ กว่าจะได้แต่ละภาพแต่ละเฟรม บางทีก็แทบจะรากเลือดแสนสาหัส  แต่ใครจะรู้ถึงเบื้องหลังความเป็นมาของภาพถ่ายแต่ละภาพเหล่านั้น ผมเลยขอแบ่งปันเรื่องราวความทรงจำและประสบการณ์จากงานสนามจริง ในรูปแบบอ่านสบาย แฝงไปด้วยความสนุกปนคราบน้ำตา เผื่อจะนำไปประยุกต์ใช้ในการถ่ายภาพของเพื่อนๆ นะครับ

หลังจากที่ผมได้มอบหมายงานจาก NG ให้ถ่ายภาพเรื่อง "สูงวัยใจเกินร้อย”  ก็เร่ิมตีประเด็น คิดช็อตถ่ายภาพ ผมอยากได้ตัวแทนคนสูงวัยไว้เดินเรื่องสักคน

คุณหมอเฉก ธนะสิริ หากใครที่เป็นคนรักสุขภาพคงคุ้นชินชื่อท่านเป็นอย่างดี ในฐานะบุคคลสูงวัยที่มีสุขภาพแข็งแรง อยู่ในลิสต์รายการถ่ายภาพอันดับต้นๆของผมที่ถือว่าเป็นซีนดำเนินเรื่องที่สำคัญ ผมเริ่มค้นข้อมูล บทสัมภาษณ์ของท่านตามสื่อต่างๆ 



แต่ก็สรุปได้ด้วยตนเองว่า เป้าหมาย 'ช้ำ' มาพอสมควร 'ช้ำ'ในที่นี่ความหมายของผมคือ ท่านเป็นคนที่ออกสื่อบ่อยมาก ทำยังไงถึงจะได้ภาพที่แบบว่า โอ้โห ... นี่ช่างภาพมันคิดขนาดนี้เลยเหรอ 

เอาล่ะ เรารู้ว่าท่านเป็นคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างดี ชอบปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โอเค ... ว่ายน้ำนี่แหละ โดนแน่ ผมวาดฝันช็อตภาพไว้เลย เอาตอนไปว่ายน้ำนี่แหละ ถ่ายใต้น้ำ ยังไงไม่น่าจะเคยมีใครถ่ายไว้ ว่าแล้วก็ทำการนัดแนะวันเวลาขอถ่ายภาพ

ถึงหน้างานจริงนัดไว้เช้ามาก พูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบกันพอประมาณ อย่างที่บอกครับ ท่านออกสื่อบ่อย เพราะฉะนั้น เหมือนจะมีลำดับในใจแบบเป็นขั้นตอน  1 2 3  อะไรทำนนองนี้ นี่เอาล่ะ เดี๋ยวดูอาหารการกินนะ คุณหมอเล่าประเด็นเรื่องกล้วยน้ำว้ากับว่านหางจระเข้กันพอประมาณ เอ้ามานี่ ... เธอมาดูวิ่งออกกำลังกาย วิ่งๆ เอ้า ... ถ่ายๆ มุมนี้นะผมนั่งอ่านหนังสือ เขียนบันทึกประจำ เออ ... ไปดูถอนหญ้าที่สนามหน้าบ้านกัน เอ้าถ่ายๆ ... เดี๋ยวผมทำ head stand ให้ดูพร้อมนะ 




กดๆ ถ่ายๆ ก็ยังไม่ได้ช็อตที่หวังไว้ จริงๆผมได้แจ้งท่านไว้ล่วงหน้าแล้วว่าผมมีช็อตในใจคือตอนไปว่ายน้ำ อยากจะบอกใจจะขาดว่าขอตัดฉากไปว่ายน้ำเลยได้ไหม อยากใช้เวลาตรงนั้นนานๆ แต่ตรงนี้ผมจำเป็นต้องไหลตามบรรยากาศไป เพราะจะเป็นการทำให้แบบของเราไม่รู้สึกอึดอัด แล้วทำให้รู้สึกคุ้นชินกับเรา เพื่อที่จะได้ไม่เกร็งและเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด เสมือนมีเพื่อนมีน้องมาเยี่ยมบ้าน

ไป ... ถ่ายผมว่ายน้ำกัน ประโยคนี้ที่รอคอย หมอจะปั่นจักรยานไป เป็น sport club เจ้าประจำใกล้ๆ นี้เอง ผมรีบเตรียมอุปกรณ์ถ่ายภาพใต้น้ำอย่างเร่งรีบ กวาดๆ โกยๆ เดี๋ยวค่อยไปประกอบที่โน่นละกัน ไม่ทันละ ... ผมซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่มีลูกน้องคุณหมอเป็นคนขับ จักรยานมาถึงก่อนซะงั้น หมอเฉกอยู่ในชุดกางเกงว่ายน้ำแล้ว โอ้ย ... ตรูตายแน่ กล้องก็ยังไม่ประกอบ ใครถ่ายภาพใต้น้ำจะรู้เลยว่ามันวุ่นวายขนาดไหน รีบๆลนๆ ถ้ารั่วน้ำเข้าขึ้นมา กินมาม่าเก็บเงินใช้เค้ากันหัวโต  เสร็จกระบวนการประกอบกล้อง ประกอบไฟใต้น้ำ ใส่หน้ากากดำน้ำ ผมลงไปยืนจังก้าในสระว่ายน้ำ  

หมอเฉก ยืนตระหง่านอยู่ที่ขอบสระ เบื้องหลังคือตึกระฟ้ามหานคร หมอสวมแว่นว่ายน้ำคู่ใจ พร้อมคาบท่อช่วยหายใจ (snorkel)  ผมแอบงงนิดๆ ในฐานะคนดำน้ำลึก แว่นตาว่ายน้ำสระ ไม่มีส่วนครอบจมูกกับท่อช่วยหายใจ มันไม่น่าไปด้วยกันได้ ให้ผมใช้มีสำลักนำ้แน่นอน

ช็อตภาพมโนในใจลอยมา เดี๋ยวขอเนียนๆเลย ครึ่งบกครึ่งน้ำ แบบว่ากำลังกระโดดลงน้ำเลย ยังไม่ทันให้สัญญาณ กระโดดตูม ... อ้าว เฮ้ย ไม่ถงไม่ถามสุขภาพสักคำ ถ่ายไม่ทัน ได้ช็อตง่อยๆมาแบบกดๆไปงั้นดีกว่าไม่ได้ถ่าย ไอ้ครั้นจะบอกว่าคุณหมอกระโดดอีกทีได้ไหมก็เกรงใจ ปล่อยเลยตามเลย



หมอเฉกสวมวิญญาณนักว่ายน้ำเก่าดีกรีเหรียญทอง จ้วงเอาๆ รอบสระ ผมเดินตามสลับกับพยุงตัวในจุดที่เท้ายืนไม่ถึง ผ่านไปรอบแรก จมูกผมแทบจะมากองอยู่นอกหน้ากากดำน้ำ เหนื่อยมาก ไม่ได้ดีๆสักใบเลย นี่คุณหมอว่ายชนิดที่ว่าต้องร้องขอชีวิต รอบที่สองรอบที่สามเปลี่ยนแผนนิด ไม่ว่าย ไม่เดินตามละ ล็อคมุมไว้ชอบตรงไหน แค่รอคุณหมอว่ายมาถึงแล้วกดเอา เออๆ พอไปวัดไปวาได้ เดี๋ยวรอบสี่ขอเนียนๆ เลย ตามองในวิวไฟล์เดอร์แบบไม่ลดกล้องล่ะ รอแล้วรอเล่า ไม่มาสักทีหว่า ทำไมนานจัง ละสายตาขึ้นมาดู    

รีบร้อยโรงเรียนหมอเฉก เดินขึ้นสระน้ำไปแบบชิลๆ ว่ายสามรอบแบบทุกวัน ตามกิจวัตรเป๊ะๆ ... นี่ไงฮะ เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด เสมือนพี่น้องมาเยี่ยมเยือน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ปั่นจักรยานกลับบ้านเรียบร้อย ผมยังงงๆมึนๆ เดินคอตกขึ้นจากสระน้ำ ได้แต่ภาวนาว่ามันต้องมีสักภาพที่น่าจะใช้งานได้



หลังจากบอกลาคุณหมอเมื่อเสร็จภารกิจถ่ายภาพ กลับมานั่งดูงานที่ถ่ายมา ก็เห็นว่ามีภาพที่พอจะใช้เป็นภาพเปิดสารคดีเรื่องนี้ได้ แม้ตอนหน้างานจะวุ่นวายและเครียดพอสมควรกลัวว่าจะทำได้ไม่ดี แต่ถ้าเราทำมันเต็มที่แล้ว ผลลัพธ์จะหัวจะก้อยก็ว่ากันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมถูกสั่งสอนมาจากรุ่นพี่ช่างภาพสารคดีตัวพ่ออย่าง พี่โจ้ ยุทธนา อัจฉริยวิญญู คือ 'ทำให้เต็มที่ มันต้องได้สิ ดีกว่าไม่ทำแล้วมานั่งเสียใจภายหลัง'

ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
POWERED BY MINIMORE