เล่าหลังเลนส์ 2 : YARCHEN GAR แดนศักดิ์สิทธิ์บนหลังคาโลก

8 December 2017 / 2573 views
สวัสดีครับ พอดีมีโอกาสเดินทางไปดินแดนศักดิ์สิทธ์ ทีมีนามว่า ยาเชนการ์ (Yarchen Gar) จึงนำภาพถ่าย ประสบการณ์ และเรื่องราวบนรอยการเดินทางมาฝากครับ

ยาเชนการ์ อยู่ในเขตปกครองตนเองทิเบต ในประเทศจีน มีอาณาเขตติดกับประเทศทิเบต ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน (Sichuan) การเดินทางจากประเทศไทย นั้นแสนจะง่ายดาย (พยายามหลอกตัวเอง หุหุ) แค่นั่งเครื่องบินไปลงเฉินตู จากนั้นนั่งรถต่อไปอีกประมาณ 700 ร้อยกว่ากิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางถึงยาเชนการ์ 3 วัน 2 คืน เบ็ดเสร็จไปกลับควรมีเวลาสัก 1 อาทิตย์กำลังดี สำหรับแบคแพคเกอร์ขาลุย อาศัยรถประจำทาง อารมณ์แบบค่ำไหนนอนนั่น ถ้าไปกันเป็นกลุ่มสัก 3-4 คน ก็เหมารถไปตามแต่สะดวก หรืออีกหนึ่งทางเลือกคือ ปัจจุบัน บ้านเราเริ่มมีคนจัดทริปส่วนตัวกลุ่มไม่ใหญ่ สำหรับนักท่องเที่ยวเดินทางไปยาเชนการ์แล้ว


ที่นี่คือสถาบันสงฆ์ทางพุทธศาสนาที่ห้อมล้อมไปด้วยหุบเขา มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก ลารุงการ์ (Larung Gar ปัจจุบันปิดไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าออก) ยาเชนการ์เป็นสถานที่รวมตัวของพระสงฆ์และแม่ชีกว่าหมื่นรูป (ส่วนใหญ่เป็นแม่ชี) เดินทางดั้นด้นเข้ามาเพื่อปฏิบัติธรรม สวดมนต์ภาวนา นั่งสมาธิ ตามหลักความเชื่อพุทธศาสนานิกายวชิรยาน


พื้นที่ในยาเชนการ์  เท่าที่ผมสัมผัสและสรุปตามความเข้าใจของผมเอง โดยใช้ความเหมาะสมในการเข้าพื้นที่ คือ 1.โซนอาคารสถานปฏิบัติธรรม สามารถเข้าได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง 2.โซนที่พักอาศัยสำหรับแม่ชี ซึ่งเป็นประชากรจำนวนมากที่สุด โซนนี้อนุญาตเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายเดินได้แค่ชายขอบถนนรอบๆ เท่านั้น 3. โซนที่พักอาศัยสำหรับพระสงฆ์ อยู่แยกจากโซนที่พักแม่ชีอย่างชัดเจน โดยมีโค้งแม่น้ำกัั้นกลาง

ผมใช้เวลาอยู่ในยาเชนการ์ 3-4 วัน เพื่อบันทึกภาพ และพยายามจะเดินสำรวจไปทั่วๆ เท่าท่ีจะทำได้ เนื่องจากอากาศที่นี่จะเบาบางมาก ทำให้เราเหนื่อยง่าย ต้องค่อยๆ เคลื่อนไหว ใจเย็นๆ บางคนอาจมีอาการ Attitude Sickness หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า อาการแพ้ที่สูง คือ มีอาการเหนื่อย หายใจเร็ว นอนไม่หลับ อาจรุนแรงถึง คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งก็แตกต่างกันไปแต่ละบุคคล


พระพุทธรูปทองคำทั้งองค์บนเนินเขา จุดชมวิวที่สามารถมองลงมาเห็น คุ้งแม่น้ำ ตัวเมืองยาเชนการ์ได้เกือบทั้งเมือง แนะนำเป็นจุดถ่ายภาพไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลย เป็นจุดที่มองเห็นทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ในช่วงเวลาเช้าและช่วงเวลาเย็น จะพบเห็นพระสงฆ์ แม่ชี นักแสวงบุญ เดินทางขึ้นมาสักการะพระพุทธรูปองค์นี้ เหล่าแม่ชีและพระสงฆ์จะใช้เวลาทั้งวันไปกับการ ศึกษาพระธรรม สวดมนต์ภาวนา และงานจิตอาสาต่างๆ








พื้นที่ร่องรอยการรื้อถอนบ้านหรือกุฏิแม่ชี  เพื่อจัดระเบียบความแออัดของประชากร ความสะดวกในการคมนาคม และความปลอดภัยกรณีการเกิดเพลิงไหม้ หรือแผ่นดินไหว ตามคำกล่าวอ้างของรัฐบาลจีน เหตุการณ์ยังคงดำเนินไปและกินพื้นที่เพียงส่วนน้อยเท่านั้น โดยมีความเกี่ยวเนื่องกับการรื้อถอนที่บ้านเรือนในลารุงการ์ และสั่งปิดไม่ให้ชาวต่างชาติเข้าไปยังพื่้นที่อีกด้วย




ห่างออกไปจากด่านทางเข้ายาเชนการ์เพียงสัก  1-2 กิโลเมตร เราสามารถพบเห็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทำศพแบบชาวทิเบต (Sky Burial) เป็นการให้ทานครั้งสุดท้าย คือการชำแหละศพของผู้เสียชีวิตให้กับนกแร้งกิน เป็นการคืนร่างกายสู่ธรรมชาติ โดยตามความเชื่อของชาวทิเบต นกแร้งคือ ผู้ร่ายรำบนท้องฟ้า และจะนำวิญญาณผู้ตายไปสู่สรวงสวรรค์



สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางมาที่นี่ ผมมีข้อแนะนำและข้อควรปฏิบัติเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ท่านเตรียมตัวเตรียมใจดังนี้
-ต้องนั่งรถอึดมาก อาจใช้เวลา2-3วัน จากเฉินตู มาถึงที่นี่ ยังไม่นับกับเจอเหตุการณ์สุดวิสัย เช่น ทางปิด หินถล่ม ซ่อมถนน รถเสีย อุบัติเหตุ อาจทำให้แผนการที่วางไว้ต้องยืดออกไปอีก 1-2 วัน
-กินอยู่ง่ายมากๆ ที่นี่มีโรงแรมเพียงแห่งเดียว และมักจะเต็ม ยิ่งในช่วงวันหยุด หรืองานเทศกาลต่างๆ ไม่มีการจองล่วงหน้า ต้อง walk in  วัดดวงอย่างเดียว หากที่นี่เต็ม ก็ต้องไปนอน hostel แบบนอนรวม ซึ่งการกินการอยู่จะลำบากกว่า แต่จะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น พักอาศัยกับ พระสงฆ์ หรือ นักแสวงบุญต่างถิ่น
- สำหรับผู้ชาย งดเดินเข้าไปในบริเวณที่พักอาศัยของแม่ชีเด็ดขาด โดยจะมีป้ายห้ามติดไว้ตามทางแยกหัวถนน แต่ด้วยความซับซ้อนของพื้นที่บางทีเราก็เดินหลงเข้าไปโดยไม่รู้ตัว อันนี้ต้องระมัดระวังนิดนึง
- การถ่ายภาพทั่วๆไป ที่เป็นวิวทิวทัศน์ สามารถทำได้ สำหรับการถ่ายภาพคน โดยเฉพาะพระสงฆ์และแม่ชี ต้องสำรวมอย่างมาก บางทีต้องทำการขออนุญาตแบบเป็นนัยยะ เช่น การยิ้มทักทาย หรือการโน้มศรีษะแสดงอาการขอโทษขอโพย ก่อนถ่ายภาพ
- อุปกรณ์การถ่ายภาพ ส่วนตัวผม แนะนำ ว่านำไปเท่าที่เหมาะสม เพราะนอกจะท่านต้องแบกน้ำหนักกล้อง เดินบนที่สูงที่มีอากาศเบาบาง แสนจะเหนื่อยทรมานแล้ว ยังเป็นการทำให้ผู้ถูกถ่ายภาพรู้สึกอึดอัด เหมือนถูกคุกคาม ลองหลับตานึกภาพดู หากใครสักคน นำกล้องมืออาชีพ ติดเลนส์เทเล ขนาดใหญ่ แอบถ่ายท่านอยู่ คงรู้สึกไม่ดีนัก ผมเองเคยมีประสบการณ์เมื่อครั้งไปถ่ายภาพที่ลารุงการ์ บ้าหอบฟาง ขนอุปกรณ์ไปเต็มพิกัด ผลที่ได้คือ ได้แต่ภาพวิวกลับมา ถ่ายภาพวิถีชีวิตผู้คน ไม่ได้เลย มีแต่รูปแอบถ่ายด้วยเลนส์เทเลระยะไกลๆ การเดินทางมายาเชนการ์ครั้งนี้ ผมตัดสินใจใช้แค่กล้องคอมแพค ขนาดเท่าอุ้งมือเท่านั้น เพราะนอกจากจะลดภาระการแบกหามแล้ว ยังมีความคล่องตัว ทำให้การเข้าหาผู้คนทำรู้สึกเป็นมิตรมากขึ้น เราก็ได้ภาพดีๆ กลับมาด้วย





ฝากทิ้งท้ายไว้ด้วยคลิป ไทม์แลป พอดูเป็นสีสัน จากยาเชนการ์ หวังว่านักท่องโลกหลายๆ ท่าน จะได้มีโอกาสมาเยือนที่นี่สักครั้ง แล้วจะไม่มีวันลืมประสบการณ์ที่ควรค่าแห่งการจดจำ









ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
POWERED BY MINIMORE