การเตรียมตัวออกถ่าย Documentary Assignment : ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

21 June 2016 / 1661 views

เคยได้ยินหรือเคยคิดไหมครับ เวลาได้เห็นภาพเจ๋งๆสักภาพ ว่า “ถ้าหากกูไปอยู่ตรงนั้นกูก็ถ่ายได้วะ” เป็นประโยคที่ลอยมาเข้าหูผมอยู่บ่อยๆเวลาไปชมงานแสดงภาพถ่าย

ก็อาจจะจริงครับ มันคงไม่ยากหากว่ารู้จักกล้องตัวเองและหมั่นฝึกซ้อมเป็นประจำ แต่ก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า หลายครั้งเรามองข้ามอะไรกันไปรึเปล่า การกดชัตเตอร์มันเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพราะเบื้องหลังการเตรียมความพร้อมก่อนจะได้ไปอยู่ในสถานที่หรือเหตุการณ์เหล่านั้น มันมีอะไรมากกว่าแค่การกดชัตเตอร์มากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่ๆช่างภาพหลายท่านคอยบอกผมอยู่เสมอมา

วันนี้ก็เลยขอแชร์เบื้องหลังการเตรียมตัวบางส่วนเวลาผมจะออกไปถ่ายงานนะครับ

คำเตือน : เตรียมตัวไปเยอะอาจจะไม่เกิดขึ้นจริงก็ได้ แต่มันทำให้ผมหยุดนอยด์ได้ครับ เลยต้องทำไม่งั้นประสาทแดกตาย

...

ถ้าพูดถึงภาพถ่ายสารคดี สิ่งสำคัญที่สุดก็คงเป็นการที่เราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวให้ครอบคลุมรอบด้าน แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถบอกเล่าประเด็นได้อย่างชัดเจน ให้ผู้อ่านเข้าใจได้โดยง่าย ในจำนวนภาพที่กระชับและเวลาที่จำกัด ทำให้การวางแผนให้ชัดเจนแต่เนิ่นๆจะช่วยประหยัดเวลาไปได้มาก

ผมขอยกตัวอย่างด้วยภาพบางส่วนที่ได้รางวัลจาก Save Our Seas Foundation  ซึ่งให้ผมได้ไปฝึกงานกับทาง National Geographic นะฮะ

โดยส่วนตัวแล้ว สิ่งแรกที่ผมทำเลยคือวางโครงเรื่อง เริ่มจากการหาข้อมูล จะเป็นข่าวเก่าข่าวใหม่ บทความงานวิจัย อ่านมันให้หมดเพื่อให้เราเข้าใจประเด็น และมีไอเดียว่าต้องเล่าแง่มุมไหนบ้างให้ภาพมันครบเรื่องก่อนจะมาแบ่งเรื่องเป็นส่วนๆ (คล้ายๆเขียนบทความที่ มี intro มี body มี outro) แล้วค่อยมาเขียน shot list คิดไอเดียว่าต้องใช้ภาพอะไรบ้าง

ตัวอย่าง : โดยส่วนตัวผมชอบใช้บทความสรุปจาก website IUCN เวลาถ่ายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ต่างๆครับ

http://www.iucnredlist.org/details/18175/0 : อันนี้เกี่ยวกับปลาฉนากชนิดหนึ่ง (Smalltooth Sawfish, Pristis pectinata) ที่บาฮามาส ดูเรื่องสิ่งคุกคาม ประชากร นิเวศวิทยา

เมื่อเราพอรู้คร่าวๆแล้วว่าต้องถ่ายภาพอะไร ก็ค่อยนึกต่อเติมไปอีกว่าอยากได้องค์ประกอบ (element) อะไรที่จะมาบรรจบร้อยเรียงกันในภาพนั้นๆเพื่อบอกเล่าข้อความที่จะสื่อ จากนั้นก็ค่อยๆเขียนใส่เพิ่มเติมไปใน shot list ไว้เพื่อมองหา


ตัวอย่าง : ผมอยากได้ภาพที่เล่าเรื่องถึงภาพลักษณ์ของปลาฉลามในความเข้าใจของคนทั่วไป ผมก็อยากได้คนที่มาแสดงท่าทีหวาดกลัว ภาพหรือสิ่งของที่เป็นตัวแทนของปลาฉลาม แล้วคนอื่นที่ใช้กล้องมือถือถ่ายรูป ก็เลยไปตามหาข้อมูลจนเจอพิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติที่ภูเก็ต แล้วก็ไปยืนหัวโด่รอจนมีพวกนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มใหญ่ๆเข้าไปใช้มือถือถ่ายรูปกันฮะ ค่อยไปขอถ่ายรูปพวกเขา



พอรู้ถึงองค์ประกอบที่ต้องการแล้ว ต่อมาที่ผมทำคือ visualise ภาพฮะ จินตนาการไปว่า element ต่างๆจะอยู่ตรงไหนในภาพ จะใช้เลนส์อะไร อุปกรณ์เสริมอะไร ใช้เทคนิคไหน จะใช้กฏองค์ประกอบแบบไหนทำให้ภาพน่าสนใจมากขึ้นและให้มุมไม่ซ้ำซ้อนกันในชุดภาพ

แล้ว sketch ออกมาใส่กระดาษเป็นแผ่นๆ ไล่ตาม shot list ที่เขียนไว้แล้ว ก่อนจะนำมาวางเรียงลำดับภาพ (edit) คล้ายสตอรี่บอร์ด

จัดวางว่าจะใช้ภาพไหนเปิดเรื่องให้คนอ่านต่อ ภาพไหนจะมาวางเรียงกันได้อย่างไม่สะดุด มีภาพเบาๆคลีนๆมาเบรคภาพแน่นๆหนักๆไหม แล้วสุดท้ายจะปิดเรื่องด้วยภาพไหนที่ทิ้งข้อความที่อยากสื่อให้คนอ่าน ก็นั่งจัดเรียงภาพไปสลับมา

ซึ่งพอได้มาลองจัดลำดับดูภาพด้วย sketch จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมที่ชัดเจนของชุดภาพเรามากขึ้นกว่าการเขียนเป็นลิสต์เฉยๆ แถมทำให้เราคัดภาพที่อ่อนแอทิ้งไปได้ด้วย จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาและสามารถโฟกัสกับภาพที่ต้องใช้จริงๆ


ตัวอย่าง : เนื่องจาก sketch งานปัจจุบันยังห้ามปล่อยเลยให้ดู sketch เก่าๆก่อนนะครับ เป็น sketch ในสมุดโน้ตแล้วค่อยถ่ายรูปมาเรียงดูใน Adobe Bridge เป็นงานเกี่ยวกับการประมงพื้นบ้านครับ



ภาพซ้ายบนนี่คือผมอยากได้ภาพคนทำงานเกี่ยวกับประมงอยู่ในลานนอกบ้าน และมีลูกอยู่ในบ้านนั่งอ่านหนังสือหรืออะไรสักอย่าง แล้วถูกแบ่งคั่นกลางด้วยประตูที่เชื่อมโยงอาชีพประมงและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวด้วยเฟรมเดียวกัน ตั้งใจว่าอยากได้แสงตอนสายๆ ทำให้อาจต้องถ่ายกดไม่ให้ข้างนอกเบิร์นแล้วใช้แฟลชในบ้านมาเติมแสงเอา

แต่ว่าสรุปภาพนี้ถ่ายไม่ได้ครับ เพราะสถานที่อย่างที่คิดไว้ไม่มี อากาศแย่ไม่ได้ปลา ก็ต้องทิ้งไปเอารูปอื่นมาแทน

ภาพซ้ายล่างผมเป็นภาพปลาอินทรีถูกตกขึ้นมาด้วยเบ็ดของชาวประมงพื้นบ้าน อยากแบ่งครึ่งกลางด้วยผิวน้ำทะเล ให้สื่อถึงความสมดุลย์เกื้อหนุนระหว่างท้องทะเลกับประมงพื้นบ้าน อยากได้ปลาอินทรีเพราะเป็นปลามีราคาและคนรู้จักกันดีแถมอร่อย อยากให้มีละอองน้ำกระจาย ทะเลเป็นคลื่นให้ดูมีแอ็คชั่นมันๆ แต่พอไปวันจริงสถานที่จริงแล้วพายุนอกฤดูเข้า ทำให้ออกไปทะเลลึกที่น้ำใสๆไม่ได้ ก็ต้องแก้ปัญหากันไปให้ได้ภาพครับ

ภาพขวาบนก็เป็นภาพกระบวนการบรรจุหีบห่อปลา แต่อยากให้มันดูสะอาดเลยตั้งใจจะใช้ไฟขาว top light แรงๆลงมาบนถาดโลหะในขณะที่คนใส่ถุงมือ ใช้เลนส์เทเลเล่นชัดตื้นไปที่มือคนตรงกลางกับปลา เพื่อไม่ให้ภาพรู้สึกรกเกินไป แต่พอไปสถานที่จริงแล้วไม่มีแบบนี้ก็ต้องหาอะไรอย่างอื่นถ่ายแทนเพื่อบอกเล่าแง่มุมนี้ให้ได้

ภาพสุดท้ายขวาล่างผมอยากได้พอร์เทรตเบาๆมาเบรกหน่อย เพราะภาพอื่นๆก็ดูมีองค์ประกอบแน่นแล้ว ก็เลยอยากได้ภาพผู้หญิงในครัวเรือนซ่อมอวนเพื่อพูดถึงบทบาทของผู้หญิงในอุตสาหกรรมประมงพื้นบ้าน แล้วอยากได้โบเก้ฟรุ้งฟริ้งตัดกับภาพปลาตาย ด้วยการใช้ backlight และเล่นชัดตื้นกับอวนใสๆครับ ไปถึงที่ก็จัดโลเคชั่นนิดหน่อย จัดไฟถ่ายก็จบครับ ไม่นาน


ตัวอย่าง : ภาพนี้เปิดสารคดีเกี่ยวกับปลาฉลามในไทย เพราะมันเป็นภาพที่สื่อถึงภาพรวมของสารคดีเรื่องนี้ ที่พูดการหายไปของปลาเหล่านี้จากการประมงเกินขนาดที่ทำให้ประชากรพวกมันลดลงไปกว่า 90% จากท้องทะเล และในขณะเดียวกันก็เป็นภาพที่จับตาที่สุดในชุดภาพด้วย


เพียงแค่นี้ก็ทำให้เราพอเห็นภาพรวมของชุดภาพเราที่จะต้องไปเก็บมาแล้วครับ สิ่งต่อไปที่ต้องทำก็คือ จัดเตรียมหยิบยืมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ แล้วไปตามหาติดต่อประสานงานในพื้นที่ที่คุยกันไว้แต่เนิ่นๆ เตรียมพร้อมเรื่อง permit ที่ต้องใช้หรืออะไรก็ตามแต่ หา fixer หรือคนพื้นที่คล้ายๆกับไกด์ที่ช่วยเราจัดการเรื่องการถ่ายชุดภาพของเรา รู้ลู่ทางคอยแก้ปัญหาต่างๆในการถ่ายเช่นพาเราไปเข้าสถานที่ๆเข้าถึงยากเป็นต้น ซึ่งจะช่วยทำให้โลกของคุณสดใสมากครับ จะได้ไปโฟกัสแค่เรื่องถ่ายอย่างเดียว

สุดท้ายก็เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมไปพบกับความวุ่นวายและเรื่องไม่คาดคิดในสนาม เพราะพอเตรียมไปแล้วมันก็มักจะไม่เหมือนที่คิดไว้เป๊ะๆหรอกฮะ ซึ่งก็ต้องแก้ปัญหากันไปในพื้นที่จริง และก็แค่กดชัตเตอร์เบาๆเมื่อองค์ประกอบต่างๆมาบรรจบรวมกันครับ

PS. เตรียมไปแล้วไม่เกิดขึ้นก็โปรดอย่าด่าผมนะฮะ เพราะหัวใจผมมันเปราะบาง…


ชิน : ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย (Shin Sirachai Arunrugsticchai)

ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
POWERED BY MINIMORE