บนถนนคนเดินทาง มรดกโลก “เขาใหญ่”

11 August 2016 / 4942 views
           บนเนื้อที่กว่า 1.3 ล้านไร่ มีพื้นที่ติดกันถึง 4 จังหวัด และเป็นอุทยานแห่งชาติที่แรกของประเทศไทย ประกอบไปด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ ป่าดงดิบชื้น ป่าดิบเขา และทุ่งหญ้า จึงทำให้มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ช้าง กระทิง หมี หมาไน เก้ง กวาง และนกเงือก ด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติ เขาใหญ่จึงได้จดทะเบียนขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ   ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่ เขาใหญ่จึงมีสถานที่ให้เที่ยวชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก เดินป่า ส่องสัตว์  และด้วยเขาใหญ่มีถนนเส้นหลักตัดผ่านผืนป่าจากฝั่งปากช่อง นครราชสีมาไปสู่ฝั่งเนินหอม ปราจีนบุรี อย่างถนน ธนะรัชต์ กิจกรรม วิ่ง ปั่นจักรยาน ขี่บิ๊กไบค์ จึงเป็นที่นิยม     ด้วยลักษณะเด่นในหลายๆด้าน และการได้ขึ้นเป็น มรดกโลก เขาใหญ่จึงเป็นสถานที่ในฝันของนักเดินทางทั่วโลก มาเที่ยวเมืองไทย ต้องมาเที่ยวเขาใหญ่ ไม่เว้นแต่ละวันที่มีทัวร์พาฝรั่งนั่งรถหกล้อตระเวนไปตามสถานที่ต่างๆบนเขาใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต และหอดูสัตว์หนองผักชี ไฮไลท์ของเขาใหญ่คงหนีไม่พ้น การนั่งรถตระเวน ดูช้างป่า ในช่วงเช้า และช่วงเย็น ซึ่งหลายๆคน จากทั่วทุกมุมโลกอยากมาเห็นโขลงช่างออกหากินตามทุ่งหญ้าด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต   ด้วยเช่นนี้เอง คนเดินทาง และคนถ่ายภาพสัตว์ป่าอย่างผมถึงต้องห้ามพลาดที่จะไปเที่ยวเขาใหญ่สักครั้ง แต่มาถึงวันสำหรับเขาใหญ่ มันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว มันกี่ครั้งมาแล้วก็คงนับไม่หมด



                ย้อนไปเมื่อสักประมาณ 4 ปีก่อน ช่วงเดือนมีนาคม กับการได้ขึ้นไปเที่ยวบนเขาใหญ่ครั้งแรก เดินเข้าป่าไปสามวันสองคืน หลงป่า หาน้ำกินไม่ได้ นอนถุงนอนบางๆท่ามกลางอุณหภูมิ 7 องศา หนาวมากๆ เดินกลับออกมาทางทุ่งเขาแหลม ทุ่งหญ้ากว้างกว่าพันไร่ที่ถูกชิงเผาให้หญ้าระบัดขึ้นเพื่อให้สัตว์ได้ออกมาหากิน ท่ามกลางสายหมอก ทุ่งหญ้าสีทอง และฝูงกวางกว่า สิบตัวเดินเลมอย่าระบัดอยู่ชายป่า ประสบการณ์ครั้งแรกในผืนป่ามรดกโลก ต้องยอมรับว่าไม่มีวันลืม



              หลังจากนั้นได้สัมผัสกับ เขาใหญ่ มาเรื่อยๆ ช่วงวันหยุดยาวผมและเพื่อนอีกสองคน ขึ้นรถตู้ ต่อรถสองแถว แล้วโบกรถขึ้นเขาใหญ่กันช่วง หนาวๆ แต่จำไม่ได้ว่าเดือนอะไร เที่ยวนั้นเราได้เดินไปเที่ยวน้ำตกเหวประทุน และนั่งรถส่องสัตว์กลางคืน เจอช้างกว่า 20 ตัวออกมากินโป่ง บริเวณโป่งชมรมเพื่อน ตกดึกเกือบได้วิ่งหนีช้างกันตับแลบ มีช้างตัวหนึ่งเดินมาร้องส่งเสียงปลุกพวกเราสามคนที่นอนกันอย่างมีความสุข เกือบถึงเต็นท์ โชคดีมีกองไฟ ช้างจึงไม่กล้าเข้ามาเล่นงานพวกเรา   หลังจากพาเพื่อนไปเสี่ยงตายกับช้างทริปนั้น ผมแบกเป้โบกรถขึ้นเขาใหญ่คนเดียวมาตลอด ผมเป็นคนสายตาสั้น บางทีใส่แว่น บางทีก็ใส่คอนแทคเลนส์ หลังจากตั้งใจว่าจะไปเขาใหญ่สักสามวัน จัดกระเป๋าเรียบร้อย กระเป๋าผ้าหนึ่ง กระเป๋ากล้องอีกหนึ่ง คอนแทคเลนส์ สามคู่สำหรับสามวัน และแว่นตาเผื่อฉุกเฉิน เหมือนเดิมขึ้นรถตู้แต่เช้าที่อนุสาวรีย์ ลงรถตู้ปากช่อง ต่อรถสองแถวไปลงหน้าด่านเขาใหญ่ และโบกรถขึ้นไปที่ทำการ บ่ายๆก็ถึงที่ทำการ จัดการหาที่กางเต้นท์เรียบร้อย แบกเลนส์แบกกล้องเดินเข้าป่าไปเฝ้าถ่ายนกเงือก ถ่ายชะนี กินลูกไทรตามเจ้าหน้าที่บอกมา


             สามวันผ่านไปกับการตื่นแต่เช้า เดินไปเฝ้าถ่ายรูปบริเวณต้นไทร เที่ยงเดินออกมาหาอะไรกินที่ศูนย์อาหาร บ่ายๆเดินกลับเข้าไปเฝ้าถ่ายรูปต่อ ถึงกำหนดกลับแล้วแต่ยังไม่อยากกลับ เอางั้นอยู่ต่ออีกสองวันค่อยกลับแล้วกัน ตกลงกับตัวเองเรียบร้อย คอนแทคเลนส์สามคู่ใช้หมดไปแล้วกับสามวันที่ผ่านมา ไม่เป็นไรเราเอาแว่นติดมาด้วย เดินเข้าเต้นท์ เปิดกระเป๋าที่เก็บอยู่ในเต้นท์ หาแว่นที่คิดว่าตัวเองเอาใส่กระเป๋ามาแล้ว แต่นั่นแหละคงจะได้แค่คิดว่าหยิบใส่กระเป๋ามาแล้ว หายังไงก็หาไม่เจอสุดท้ายคงลืมไม่ได้หยิบมานี่เอง สายตาสั้น 250 ไม่มีแว่น ไม่มีคอนแทคเลนส์ เดินบนถนนสบายๆ แต่ในป่า และการมองหาตัวอะไรที่จะถ่าย ไม่ง่ายเอาเสียเลย สุดท้ายดันทุรังอยู่ต่ออีกสองวัน โดยการเฝ้าถ่ายรูปที่ต้นไทรเหมือนเดิมโดยการมองหา นก ชะนีที่จะถ่ายผ่านกล้องสองตา มันสนุกดีนะ อะไรไหวๆ ยกกล้องขึ้นส่อง ระหว่างเดินกลับเต้นท์ เห็นอะไรไหวๆ ยกกล้องสองตาขึ้นส่อง กลัวเดินไปชนกับหมี กับช้าง นึกถึงตัวเองตอนนั้นยังคิดอยู่ว่าทำไปได้ยังไง ทุลักทุแลอยู่อีกสองวันในที่สุดได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย



เมื่อได้สัมผัสกับถนนเส้นนี้ ผมได้พบเจอกับมิตรภาพมากมาย พี่ชายคนหนึ่งคอยแนะนำผมมาตลอดเรื่องถ่ายภาพสัตว์ป่า อีกคนหลังจากได้โบกรถจากเขาใหญ่กลับบ้าน ผมเรียกเขาว่า ลุง ถึงทุกวันนี้เราไปเที่ยวด้วยกันทุกอาทิตย์ อีกคนเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เขาเล่าเรื่องราวการทำงาน การใช้ชีวิตแบบเจ้าหน้าที่รักษาป่าผ่านบทเพลง และบนเพลงหนึ่งที่ผมชอบขอให้แกร้องให้ฟังเสมอเมื่อเจอหน้ากัน
คือเพลง “นักท่องไพร” ท่อนหนึ่งของบทเพลงเขียนว่า.....
        “ใต้แสงดาวท้องฟ้ากว้าง ดังทางที่ไร้ผู้คน จากมาไกลด้วยใจสู้อดทน จะกี่หน จะค้นจะไขวหา ดังราตรีที่มืดดับ ตะวันลับลาไกลไร้หนทาง เก็บกองฟืนกองสุมไฟให้แสงสว่าง บนเส้นทางที่แสนไกลไร้ผู้คน นักท่องไพรเที่ยวไปในแดนดงป่า แสวงหาที่มาของความงดงาม จากธรรมชาติ ป่าเขาแมกไม้สายธาร สืบประสานมวลพฤกษาพนาไพร ใต้แสงดาวจากฝากฟ้าส่องแสงมากลางป่าไพรให้ผู้คนนอนหลับใหล ด้วยหัวใจที่เหนื่อยล้ามาเต็มทน”




             บทเพลงนี้ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจในการออกเดินทาง อีกคนจะต้องพูดถึงคือเจ้าหน้าที่อายุเลย 60 ปี พาผมเดินป่าตะลอนไปทั่วเขาใหญ่ ด้วยตัวเลขอายุไม่ได้บอกเอาเสียเลยว่ามาก เดินป่าเป็นวันๆ เล่านู้น บอกนี่ไปเรื้อยๆ จนต้องบอกให้หยุดพัก เพราะหนุ่มอายุเลข 2 กว่าๆเดินต่อไม่ไหว จะหนุ่มจะแก่ไม่ได้สำคัญ สำคัญอยู่ที่มิตรภาพระหว่างทางเป็นเช่นไร จนทุกวันนี้ถ้ามีโอกาสไปเขาใหญ่จะต้องซื้อของไปฝากแก่อยู่บ่อยๆ

            การเดินทางทำให้รู้ว่าโลกมันหน้าอยู่มากขึ้นเพราะผู้คนระหว่างทางนี่แหละ การโบกรถเราไม่รู้หรอกกว่าจะมีคันไหนรับเราไปด้วย แต่คันหนึ่งที่จอดรับเรานั่นแหละทำให้โลกยิ้มได้ ให้ติดรถไปด้วยแล้วก่อนลงจากรถยังมี น้ำ มีขนม ส่งมาให้เราอีก และก่อนจากกันยังตะโกนบอกว่า “ระวังตัวด้วยนะไอ้หนู” ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ญาติก็ไม่ใช่ เพื่อนก็ไม่ใช่ แต่เขายังดีกับคนเดินอยู่ริมถนนได้ขนาดนี้ โลกมันสวยจริงๆเมื่อเราได้เดินอยู่บนถนนคนเดินทาง ยิ่งเป็น มรดกโลกเขาใหญ่ มิตรภาพไม่เคยจากหาย โลกไม่เคยหยุดยิ้ม เพราะเราเดินไปบนถนนของตัวเอง.........



ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
POWERED BY MINIMORE