ตามทางกวางผา บนเส้นทางดอกไม้ “เคียงดาว” กับความฝัน

6 July 2016 / 3682 views
         หลายปีมาแล้ว ผมเคยดูรายการทีวี นำเสนอทางช่อง 3 ออกอากาศเกี่ยวกับดอยหลวงเชียงดาว และม้าเทวดาหรือกวางผา ผมเป็นคนชื่นชอบธรรมชาติ และการเดินทางอยู่แล้วจึงตั้งใจดูรายการตอนนี้เป็นพิเศษ ทำให้รู้จัก “เชียงดาว” เป็นครั้งแรก หลังจบรายการ “ความฝัน” เกิดขึ้นมาทันที วันหนึ่งต้องไปดูกวางผาและ พิชิตยอดดอยหลวงเชียงดาวให้ได้
จากนั้นมาได้ทำความรู้จักเชียงดาวเพิ่มมากขึ้นทางอินเตอร์เน็ต สี่ปีที่ผ่านมา “ความฝัน” เป็นจริง เมื่อมีรุ่นพี่ในมหาลัยชวนไปเที่ยวเชียงดาว ไม่ได้คิดหรอกว่าตอนนั้นกำลังทำหน้าที่อะไร แค่กำลังคิดว่า ความฝันกำลังเป็นจริง ผมตอบตกลงทันที เพื่อไปตามความฝันของตัวเอง
ตกลงวันเดินทางกันได้แล้ว รุ่นพี่ได้ทำการติดต่อเจ้าหน้าที่ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว การเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเราต้องขออนุญาตเข้าพื้นที่ล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 15 วัน ไม่เหมือนกับอุทยาน เราสามารถขอเข้าพื้นที่ได้ ณ วันนั้นเลย ติดต่อเจ้าหน้าที่เรียนร้อย พร้อมรถจากเขตไปส่งยังหน่วยเด่นหญ้าขัด และลูกหาบอีกสองคนทางเจ้าหน้าที่อาสาจัดการให้เรียบร้อย



ผมเดินออกจากหน่วยเด่นหญ้าขัด ซึ่งเป็นจุดเริ้มต้นเดินเท้าขึ้นดอยหลวงเชียงดาวดอยที่สูง 2,225 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางเป็นดอยสูงอันดับสาม และเป็นภูเขาหินปูนสูงที่สุดในประเทศไทย มีคนบอกว่าครั้งหนึ่งของชีวิตคนเดินทางต้องมาเหยียบที่นี่
        ผมมากับพี่ๆ ห้าคน ลูกหาบอีกสองคน ที่เดินออกหน้าไปไกลแล้ว ผมเดินรั้งท้ายพร้อมกับกระเป๋าที่อยู่บนบ่าอีกเกือบ 15 กิโลกรัม ต้องแบกเป็นระยะทางอีก 8.5 กิโลเมตร จนกว่าจะถึงอ่างสลุงสถานที่ตั้งแคมป์คืนนี้
       เดินผ่านป่าสน โดยมีดอยสามพี่น้องยืนตระหง่านง้ำอยู่เบื้องหน้า พี่อ้วนเป็นลูกหาบให้ครั้งนี้ ผมเคยทำงานกับทีมวิจัยมาก่อน บนนั้นแหละดอยสามพี่น้อง เคยขึ้นไปสำรวจกวางผาเจอเขาใกล้ๆ ครั้งละหลายๆตัว เจอถ้ำที่นอนของกวางผาด้วย แต่ตอนนี้ผมไม่ได้ทำงานกับทีมวิจัยแล้วพี่อ้วนเอ๋ยขึ้นระหว่างทาง
        ก่อนเที่ยงเล็กน้อยฝนตกลงมาจนไม่ลืมหูลืมตา ไม่นานก็หยุดไป แต่นานพอทำให้พวกผมเปียกกันทุกคน ทางเดินค่อนข้างลื้นอยู่แล้วเจอฝนเข้าไปทำให้ลื้นเข้าไปอีก ฝนหลงฤดูเกิดได้เสมอเราทำได้แค่ก้มหน้าก้มตาเดิน เดินไปบนเส้นทางที่ต้องยอมรับในธรรมชาติ
สี่โมงเย็นเราตั้งแคมป์กันที่ดงน้อยเป็นสถานที่กางเต้นท์ก่อนถึงอ่างสลุง จากตอนแรกตกลงกันว่าจะเดินให้ถึงอ่างสลุงและตั้งแคมป์กันที่นั่นเลย ฝนตกทำให้ทางลื้นจนก้าวล้มไปหลายครั้ง เดินกันไม่ไหว จึงตัดสินใจตั้งแคมป์กันที่ดงน้อย
         7 โมง แดดยามเช้าสาดแสงอยู่ตรงยอดดอยพีระมิด ลองส่องกล้องสองตาดูบนดอยพีระมิดนั้นแหละเขาชอบยืนอาบแดอยู่บนนั้นพี่อ้วนบอก ขณะผมยืนดูยอดพีระมิด ณ จุดนี่เองผมได้เจอเจ้า “ม้าเทวดา” หรือกวางผายืนอาบแดดอยู่บนชะง่อนหิน จากกล้องสองตา ผมเห็นเขาแค่ตัวนิดเดี่ยว มันเป็นระยะห่างกันมากสำหรับการเจอกันครั้งแรกของเรา
          9 โมงเช้าทุกคนพร้อมเดินออกจากจุดตังแคมป์ดงน้อยเพื่อจะเดินทางต่อไปอ่างสลุงสถานที่ตั้งแคมป์ต่อไปตีนดอยเชียงดาว ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรจากดงน้อยถึงอ่างสลุง เป็นเส้นทางค่อนข้างชันและร้อนเพราะต้องเดินผ่านทุ่งหญ้าคา หรือป่าคาที่ลูกหาบเรียกกัน เราใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ เดินมาถึงอ่างสลุงในสภาพหมดแรงกันทุกคน



         4 โมงเย็นผมเดินขึ้นยอดดอย จากอ่างสลุงต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร จะถึงยอดดอยหลวงเชียงดาว เพื่อไปนั่งดู กวางผา และพระอาทิตย์ตกดิน จากยอดดอยผมเห็น กวางผา หนึ่งตัวยืนนิ่ง อยู่ริมหน้าผา มันเป็นระยะพอจะถ่ายรูปได้จากเลนส์เทเลโฟโต้ 300 มิลลิเมตร สภาพอากาศไม่ค่อยเป็นใจนัก มีหมอกอยู่ตลอดเวลาผมถ่ายกวางผา ได้ภาพแรก เป็นภาพที่ไม่แน่ชัดนักหรอก แต่ทำให้ผมสนใจชีวิตบนหน้าผามากขึ้น และคิดจะถ่ายกวางผา บนดอยเชียงดาวอย่างจริงจัง
          อาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ผมมองเห็น กวางผา อีกสามตัวจากหน้าผาตรงข้ามยอดเชียงดาว มันมืดเกินกว่าจะถ่ายภาพ ดวงอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาทางดอยสามพี่น้องไปนานแล้วขณะผมพึ่งจะเริ่มภาพแรก ดวงตะวันลาลับขอบฟ้าของวันเก่า มันก็ไม่ได้หยุดหมุน หากหมุนกลับมาส่องแสงสว่างอีกครั้งของเช้าวันใหม่ และเป็นเช่นนี้ตลอดไป เหมือนกับการเดินทาง บางครั้งการเดินทางก็มีแต่ปลายทาง บางครั้งการเดินทางก็มีจุดหมาย สุดท้ายการเดินทางไม่ได้หยุดอยู่กับจุดหมายปลายทาง หากต้องก้าวเดินต่อไป เหมือนกับดวงตะวันที่ไม่เคยหยุดหมุน เช่นเดี่ยวกันกับผมที่คงต้องมี “พรุ่งนี้”
ผมเดินลงจากยอดเชียงดาวพร้อมกับเพื่อนร่วมทางที่ไม่ได้รู้จักอีกหนึ่งคน เราไม่ได้มาด้วยกัน แต่เราก็มีจุดหมายเดี่ยวกัน  กลับลงจากดอยครั้งนั้นผมเป็นผู้ “พิชิต” และประทับใจกับความสวยงามของยอดดอยแห่งนี้ไม่รู้ลืม สองปีต่อมาผมยังเดินขึ้นดอยหลวงเชียงดาวทุกปีไม่ใช้ความหมายของการเป็นผู้พิชิต หากแต่กลับขึ้นมาทำความ “รู้จัก” กับกวางผา



            มีนาคมปีถัดมา “ปางวัว” ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เดินขึ้นดอยหลวงเชียงดาว เส้นทางค่อนข้างชันทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวสนใจเดินทางปางวัวกันนัก แต่ผมกำลังเดินผ่านไป ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ ผมเลือกเดินทางเด่นหญ้าขัด เส้นทางไม่ได้ชันและเดินสบายกว่า ทางชันเท้าที่ก้าวไปอย่างช้าๆ แต่มั่นคงทำให้เรียนรู้ตัวเองมากขึ้นอย่างน้อยๆ มันก็ทำให้เรารู้และมีจุดหมายแน่ชัด กับทุกก้าวที่เดิน
กิ่วลมขวาผมเดินผ่านจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นไปเข้าบังไพร ห้าชั่วโมงที่นั่งอยู่กับว่างเปล่า บังไพรตั้งอยู่ติดกับหน้าผาทำให้มองเห็นตลอดแนว 180 องศา วันนี้กลับไม่ได้ลั่นชัตเตอร์ ชีวิตที่ต้องฝากไว้ในบังไพรเราทำได้แค่รอโอกาส เช่นนี้เองความผิดหวังจึงเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้และยอมรับมัน  ไม่เจอก็ใช้ว่าจะเงียบเหงานักหรอถ้าเป็นความหมายของการมาทำความ “รู้จัก” ไม่ใช่มาเพื่อเป็นผู้ “พิชิต” การมาทำความรู้จักของผมคือ “กวางผา” แต่ความเป็นจริงผมได้มากกว่านั้น เวลาว่างในบังไพรผมทำความรู้จักกับต้นไม้หลายๆชนิดที่อยู่ใกล้ๆบังไพร ไม่ใช้แค่ดอกเทียนนกแก้วที่ใครๆก็รู้จัก ดอกกุหลาบขาวเชียงดาว ออกดอกช่วงเดือนมกราคมเป็นต้นไปใครมาช่วงนี้จะเห็นดอกขาวไปทั้งดอย เหยื่อจงหรือต้นเทียนหมอคาร์มีดอกสีขาวคล้ายๆ เทียนนกแก้ว ทั้งต้นกวางผากินแก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี ขาวปั้นดอกเล็กๆ สีขาวชอบขึ้นตามซอกหินพบได้ง่ายทางดอยกิ่วลมซ้าย หญ้าดอกลายออกดอกช่วงเดือนธันวาคมใครสักเกตุดีๆ อาจจะได้ชมความงาม ดอกสีชมพูหวานมองเห็นแต่ไกลอย่างชมพูพิมพ์ใจออกดอกเป็นช่อตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเจอแล้วต้องได้ลันชัตเตอร์กันแน่นอน และรวมถึงพืชเฉพาะถิ่นอย่างค้อเชียงดาว ต้นคล้ายมะพร้าวชอบขึ้นอยู่ตามหน้าผา


 
                ทั้งหมดใช้ว่ามาครั้งเดี่ยวแล้วจะได้พบเห็นทุกชนิดเพราะแต่ละชนิดออกดอกต่างเดือนกันการทำความรู้จักเชียงดาวถึงต้องใช้ “เวลา”
เชียงดาวยังมีนกอีกหลายชนิด มีให้ดูตั้งแต่เริ้มต้นเดินไม่ว่าจะขึ้นทางปางวัว หรือขึ้นทางเด่นหญ้าขัดมีนกให้ดูตลอดทาง เชียงดาวมีดอกไม้เยอะหลากหลายชนิดเวลานั่งในบังไพรผมพบเจอนกกินปลีคอสีฟ้าหากินน้ำหวานจากดอกแสงแดงระยะใกล้ๆอยู่บ่อยๆ นกสีสวยงามตัวนี้ทำให้เวลาว่างในบังไพรไม่เหงาเกินไปนัก



          หากการมาแบบผู้ “พิชิต” ผมได้แค่พิชิตแล้วกลับลงจากดอย การมาทำความ “รู้จัก” ทำให้ผมได้รู้จักเชียงดาวในมุมที่คนอื่นไม่เคยเห็นไม่เคยพบเจอแม้แต่การชมพระอาทิตย์ตกหรือขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องนั่งดูจากยอดเชียงดาว หรือกิ่วลม แต่ผมกลับมองสิ่งที่แตกต่างเหล่านี้จาก “บังไพร”
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ฟ้าสีครามกลับแทนที่ด้วยแสงดาว อากาศเริ่มทวีความหนาว ผมออกจากบังไพรเดินกลับแคมป์ตามทางเดินแคบๆ บนดอยกิ่วลมขวา ทางซ้ายมือมองเห็นดวงไฟเล็กๆ 3-4 ดวงอยู่ไกลๆ เป็นดวงไปในแคมป์ของนักท่องเที่ยวที่อ่างสลุง และแคมป์ผมตั้งอยู่ตรงนั้น ทางขวามือเป็นทิศตะวันออกเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นของดอยกิ่วลมขวา ซึ่งขณะนี้เต็มไปด้วยดาวบนดินต่างสีสันแข่งกันแปล่งแสงระยิบระยับ สวยไม่แพ้ดาวบนฟ้าที่คนเดินดินอย่างผมเอื้อมไม่ถึง มันเป็นแสงไฟจากตัวอำเภอเชียงดาวที่ผมชอบแอบมองมันบ่อยๆ



          เวลา 2 ทุ่มผมกลับมาถึงแคมป์ คืนนี้ดาวบนท้องฟ้าสวยไม่น้อย ผมออกเดินทางไปหลายพื้นที่ ไม่ว่าที่ไหนดาวบนฟ้าสวยสู้บนดอยเชียงดาว ณ ตอนนี้ไม่ได้ แสงดาวสว่างเต็มท้องฟ้า บางครั้งก็แอบเห็นดาวตก ดาวที่นับไม่หมดลอยอยู่บนท้องฟ้าต่อหน้าผม มันใกล้เสียเหลือเกิน ใกล้จนแอบคิดว่ามันหน้าจะเอื้อมถึง เพราะเหตุนี้ ทำให้ผมชอบเรียกที่นี้ว่า “เคียงดาว” มากว่าเชียงดาว ใครสักกี่คนจะรู้ความหมายของชื่อนี้ ถ้าไม่ได้ยืนอยู่กับผม ณ ตรงนี้  วันที่สี่เวลาตี 5.45 น. ผมพาตัวเองมานั่งในบังไพร 2 ชั่วโมงผ่านไปเสียงกีบเท้ากระทบกับก้อนหิน กวางผาสองตัว และคงเป็นสองตัวที่ผมเห็นเขาเดินลงมาจากสันดอย กำลังวิ่งไล่กันอยู่ริมหน้าผา เขายืนคลอเคลียกันอย่างหน้าอิดฉา ตัวหนึ่งเดินไปยืนบนชะง่อนหินอย่างสง่างามสมกับเป็นเจ้าแห่งหน้าผา เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นอย่างมีจังหวะ จากช่องมองภาพผมเห็นกวางผาอย่างชัดเจน ชัดพอที่รู้ถึงสมยานาม “ม้าเทวดา”
เวลาสามปีผ่านพ้นไปทำให้รู้ว่าไม่ได้มีความสุขนักหรอกกับการเป็นผู้ “พิชิต” กลับกันผมพอใจมากกว่าที่เป็นคนทำความ “รู้จัก” รู้จักกับทางเดินกวางผา บนทางดอกไม้ และรู้จัก “ความฝัน” ตัวเอง


Chiang Dao
ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
วัลย์
ขอบคุณสำหรับการแนะนำคับ
6 July 2016 22 : 31 : 24
Pornsan
อ่านเพลินดีครับ อาจลองจัดหน้าให้มีขึ้นบรรทัดใหม่ถี่กว่านี่หน่อย จะได้สบายตาขึ้นครับ ถ้าปิดท้ายด้วยรูปม้าเทวดาตามที่บรรยายก็จะแจ่มมากเลย มันจะได้สอดคล้องกัน และปิดแบบฟินาเล่เลย :)
6 July 2016 21 : 32 : 48
วัลย์
เขียนเป็นยังไงบ้างคับ ผมเขียนไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ อยากได้คำแนะนำจากพี่ๆบ้างคับ
6 July 2016 21 : 09 : 07
วัลย์
6 July 2016 21 : 07 : 33
oat_mph
คุ้มค่า กับการได้ขึ้นไปพิชิตมากครับ
6 July 2016 21 : 07 : 21
Pornsan
เรื่องสนุก และภาพสวยมากครับ :)
6 July 2016 21 : 05 : 02
POWERED BY MINIMORE