ลำขาแข้ง....กับคนบ้าบนทางสัตว์

27 August 2016 / 2265 views
          ตุลาคม.......
          ทางตอนใต้ของลำขาแข้ง ฝนตกปรอยๆ น้ำในลำห้วยเพิ่มขึ้น ป่ารอบๆเขียวขจี บนท้องฟ้ามีแต่เมฆฝน ถนนที่อาศัยเดินทางไประหว่างหน่วยค่อนข้างลำบาก ฤดูฝนมาถึง สำหรับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การเดินทางไปบนเส้นทางสายนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับสัตว์ป่า เป็นช่วงที่อาหารอุดมสมบูรณ์ แหล่งน้ำมีอยู่ทั่วไป สัตว์กระจ่ายไปทั่วผืนป่า

           การไปนั่งเฝ้าโป่งคงไม่ใช่ความคิดที่ดี แต่กับควายป่า ลำขาแข้งคือ บ้านหลังสุดท้าย เวลาเช้าของเมื่อวาน สายหมอกยังลอยอ้อยอิ่ง ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า ควายป่าสี่ตัวเดินข้ามลำห้วย แต่นั่นแหละเราทำได้แค่มองและบันทึกมันไว้ในความทรงจำ

             สามวันมาแล้วที่ผมเข้ามาอยู่ในป่า มีควายตัวหนึ่งลงมายืนแช่น้ำ เป็นภาพที่ชัดพอสมควรในการบันทึกภาพ ไม่นานนักหรอกควายรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ วิ่งน้ำกระจ่าย หายเข้าป่าไป

               อีกเกือบปีต่อมา ผมถึงมีโอกาสได้พบเจอกับควายป่าอีกครั้ง 5 โมงเย็น ควายป่ากว่า 20 ตัว เดินลงมาแช่น้ำ กินหญ้า และยอกเล่นกันบนชายหาดกว้าง กล้องทำหน้าที่บันทึกภาพ สมองและหัวใจ ทำหน้าที่บันทึกความทรงจำ ความทรงจำที่แม้แต่ตัวผมเองยังไม่แน่ใจว่าอีกนานเท่าไหร่ถึงจะมีโอกาสได้เห็นภาพแบบนี้ หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าทั้งชีวิตเรามีโอกาสแค่ครั้งเดียว แต่ก็นั่นแหละคือความท้าทายของการเป็นคนถ่ายภาพสัตว์ป่า




                พี่ชายคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นพิทักษ์ป่ามานานกว่า 20 ปี ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งพูดกับผมว่า “การบันทึกภาพสัตว์ป่า บางทีเรามีโอกาสแค่ครั้งเดียว หรือบางทีทั้งชีวิตเราอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นมันเลย” โชคดีที่ผมมีโอกาสได้พบเจอกับพี่ชายอันเป็นที่รักคนนี้ ได้ชมภาพถ่าย ผ่านฝีมือของคนที่ดูแลรักษามันไว้ บางภาพ ผมคิดว่าชีวิตนี้อาจจะได้เห็นแค่ผ่านภาพถ่ายเท่านั้น ได้ฟังประสบการณ์ ได้รับรู้เรื่องสัตว์ป่า ขอบคุณป่าตะวันตกที่ทำให้เราได้เจอกัน

             นานพอสมควรที่ได้มอง และบันทึกภาพนาทีแห่งความทรงจำนั้นไว้ ควายป่าเดินลับโค้งน้ำหายไป ผมออกจากซุ้มบังไพรเดินตามลำขาแข้งกลับที่พัก ตะวันกำลังลับเหลี่ยมเขา ผมเดินไปบนทางของสัตว์ป่า บนทางที่ความฝันเป็นความจริง




             กลางเดือนเมษายน
บรรยากาศร้อนอบอ้าว ต้นไม้มีแต่กิ่งก้าน ใบไม้สีเหลืองปลิดปลิวร่วงลงสู้พื้นดินจนหมดสิ้น น้ำในลำขาแข้งยังไหลอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก เวลาเช่นนี้การนั่งเฝ้าโป่งดูเหมือนจะไม่เงียบเหงา

             บนห้างที่แสนอบอ้าว เหงื่อไหลซิบๆ ผึ้งที่ช่วงเวลานี้มีไม่น้อย บินตอมเหงื่อ หน้ารำคาญอยู่ตลอดเวลา มีบ้างที่เผลอไปโดนตัวมันเข้า จนโดนต่อย สำหรับการนั่งห้างแล้ว เหตุการณ์แบบนี้ดำเนินไปอย่างปกติทุกวัน

              2-3 วันมาแล้วที่ผมไม่ได้เดินมานั่งห้างบริเวณนี้ เช้าวันนี้มีเก้ง 2-3 ตัววนกันมากินป่ง นกเขาเปล้า นกแขกเต้า และนกหกเล็ก หลายร้อยตัว ผลัดกันลงมากินโป่ง หลายๆตัวกินอิ่มก็บินขึ้นไปนั่งเฝ้ายามจากสัตว์ผู้ล่า อีกหลายๆตัวก็กลับลงมากินโป่งแทนเป็นเช่นนี้ทั้งวัน ทำให้การนั่งอยู่บนห้างไม่หน้าเบื่อนัก



                10 โมงเช้า กวางผู้เขางามลงมากินโป่ง กวางป่าเดินจากไปไม่นาน สัตว์ป่านักพรวดดินอย่างหมูป่า กว่า 30-40 ตัวลงมาขุดคุ้ย และเล่นโคลน กันเต็มโป่ง หมูป่ายังไม่ได้ไปไหน วัวแดง 3-4 ตัวก็เดินลงมากินโป่ง หลังจากทุกสิ่งจากไป ครึ่งวันต่อมาไม่มีสัตว์ใหญ่ลงมากินโป่ง มีแต่นกที่สงเสียงดัง และลงมากินโป่งอยู่ตลอดเวลา



                 6 โมงเย็นผมเก็บของและเดินกลับที่พัก วันนี้ได้ภาพมาพอสมควร แต่นั่นก็ไม่สำคัญนัก ผมกลับคิดว่า เราบ้าหรือเปล่าที่มาเดินอยู่กลางป่า คนเดียว ห่วงเวลาที่ผมเดินทางอยู่คนเดียว ผมมักคิดเช่นนี้อยู่เสมอ มีใครทำแบบเราบ้าง มีใครทนลำบากแบบเราบ้าง สุดท้ายแล้ว ลำขาแข้งทำให้ผมได้รู้ว่า หากสิ่งที่ผมกำลังทำ เป็นสิ่งที่ บ้า คงมีอีกหลายคน “บ้า” เช่นกัน หรือผมคิดไปเอง

                 บนทางของสัตว์ป่า ยังมีคนหนึ่งคน ที่คิดว่า “บ้า” เดินไปตามสายน้ำแห่งชีวิต “ลำขาแข้ง”



ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
POWERED BY MINIMORE