สัตว์ป่ากับสายฝน

30 September 2016 / 2094 views

ฤดูฝนอาจทำให้คนที่ชอบถ่ายภาพธรรมชาติหลายคนยังคงเก็บอุปกรณ์ถ่ายภาพไว้ในตู้กันชื้นอย่างดีเหมือนเดิมรอให้หมดฝนถึงจะเริ่มเอาออกมาใช้งาน แน่นอนว่าเมื่อออกไปเจอฝนการถ่ายภาพจะยุ่งยากลำบากขึ้นแต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ออกไปเสาะหามุมมองใหม่ๆ ตามป่าเขาลำเนาไพรในช่วงที่มีสายฝนพรำ

            ช่วงที่เก็บสะสมภาพเพื่อทำหนังสือ“สัตว์ป่า ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” ผมออกเดินทางไปเขาใหญ่ทุกเดือน เจ้าถิ่นที่พบเจอกันบ่อยๆถามแทบทุกครั้งว่า “ รอบนี้มาถ่ายอะไร ” ผมจะตอบตามตรงว่า “ไม่รู้ครับ” ฟังดูอาจเหมือนการกวนบาทาแต่ไม่ใช่นะครับมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะแทบทุกครั้งที่ไปยังไม่มีจุดหมายที่แน่ชัดต้องไปติดตามหาตัวสัตว์ป่าที่ออกมาปรากฏตัวในช่วงนั้น เจออะไรน่าสนใจก็ถ่ายซึ่งเราไม่รู้เลยว่าจะเจอตัวอะไร ถ้ารอบไหนไปแล้วไม่เจอก็ถือว่าได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์

            ปรกติการตามหาตัวสัตว์ป่าเพื่อถ่ายภาพนั้นยากอยู่แล้วในฤดูฝนยิ่งหาตัวยากมากขึ้น เมื่อมีอาหารอุดมสมบูรณ์สัตว์ป่าต่างพากันกระจายตัวหากินไปตามแหล่งอาหารที่มีอยู่มากมายทั่วป่าโอกาสพบเห็นตัวสัตว์ป่าจึงลดลง

เขาใหญ่อาจจะแตกต่างจากป่าแห่งอื่นๆตรงที่มีสัตว์หลายชนิดคุ้นเคยกับคน พบเห็นได้ไม่ยาก แต่การจะถ่ายภาพให้ได้ในฉากที่เราวาดหวังไว้ก็ไม่ง่ายนักโดยเฉพาะฉากสัตว์ป่ากับสายฝน

            ก่อนที่ฝนจะเทลงมาแทนที่จะพาตัวเองเข้าชายคาหาที่หลบผมจะขับรถตะลอนไปเรื่อยๆ เผื่อจะมีสัตว์บางตัวที่ยังยืนอยู่ในที่โล่งซึ่งอาจพบได้ทั้งเก้ง กวาง ลิงกัง ถ้าโชคดีมากๆ ไปอยู่ถูกที่ถูกเวลาก็อาจจะพบโขลงช้างป่าหากินกลางสายฝนหรือแม้กระทั่งลงเล่นน้ำซึ่งผมพลาดอยู่หลายครั้ง มีครั้งหนึ่งตอนเช้าฝนพรำ เที่ยงมาฝนตกหนัก ขับรถวนๆดูไม่เจออะไร พอบ่ายสองโมงฝนซาแต่ยังลงเม็ดจึงกลับลงมาจากเขาก่อน ตกค่ำเพื่อนรุ่นพี่ส่งข่าวมาว่าโขลงช้างลงเล่นน้ำกลางฝนพรำตอนห้าโมงเย็น...เศร้าเลย

            สัตว์ที่ผมพบยืนตากฝนตกบ่อยที่สุดคือกวางบริเวณลานหญ้าด้านในศูนย์ฝึกอบรมที่ ๒ (เขาใหญ่)เป็นจุดที่มีโอกาสพบและถ่ายภาพกวางกับสายฝนได้มากที่สุด พอฝนเริ่มตั้งเค้าผมจึงมักจะแวะเวียนไปที่ศูนย์ฝึกฯเสมอ บางครั้งไปก็ไม่เจอกวางสักตัว บางครั้งเจอกวางอยู่เป็นฝูงแต่สุดท้ายเมฆดำก้อนมหึมาก็ถูกลมหอบเอาไปตกที่อื่น

             ถ้าไปแล้วเจอกวาง ผมจะเตรียมอุปกรณ์รอและเล็งมุมที่จะถ่ายภาพเอาไว้พอฝนตกถึงจะขยับเข้าไปใกล้ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้รถเป็นเสมือนบังไพร แต่ถ้าออกไปยืนก็ต้องยอมตัวเปียกกล้องและเลนส์แห้งไว้ก่อน ผมจะรักษาระยะห่างกับกวางไว้เสมอ หากเข้าใกล้เกินไปกวางเดินหนีไปเราก็อดถ่ายภาพ

            ขณะตากฝนกวางเหมือนจะเข้าฌานยืนอยู่นิ่งๆ แต่สมาธิคนถ่ายมักไม่อยู่กับตัว มัวแต่พะวงเรื่องตัวเปียกกล้องเปียกกลายเป็นถ่ายแบบรีบๆ วางแผนจะถ่ายให้เห็นฝนแลดูเป็นสายตอนที่เจอฝนตกหนักๆ ซึ่งต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ไม่สูงนักให้สัมพันธ์กับความแรงของฝนแต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์จริง พอต้องถือกล้องถ่ายโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้องก็ใช้แต่ความเร็วชัตเตอร์สูงๆกว่าจะนึกได้ฝนก็ซาแล้ว ภาพที่ได้มาจึงเห็นแต่ฝนที่เป็นเม็ดๆไปรออีกหลายรอบก็ยังไม่ประจวบเหมาะเจอตอนที่ฝนตกหนักๆ อีกสักที ภาพสัตว์ป่ากับสายฝนจึงยังคั่งค้างอยู่ในใจ 


นอกจากฉากกับสายฝนภาพกวางสะบัดน้ำออกจากตัวก็เป็นอีกภาพหนึ่งที่น่าสนใจ กวางมักจะสะบัดน้ำออกจากตัวตอนที่ฝนเริ่มซาจากนั้นก็อาจจะทำความสะอาดตัวแล้วค่อยทำกิจกรรมอื่นต่อ

ตอนเฝ้าดูพฤติกรรมเห็นตัวนั้นตัวนี้สะบัดตัวน้ำกระจายดูเหมือนจะถ่ายภาพได้ง่ายๆแต่พอตั้งใจถ่ายจริง ตัวที่ติดตามถ่ายภาพมันกลับไม่ยอมสะบัด ทีตัวที่ไม่ได้เล็งเอาไว้กลับสะบัดเอาๆจะกลับตัวตามไปถ่ายภาพก็ไม่ทัน หลายครั้งที่ไปเฝ้ารอเจอกวางสะบัดน้ำกันแทบทุกตัวแต่ถ่ายภาพไม่ทันเลย หลายครั้งอีกเหมือนกันที่ตามอยู่ตัวเดียวกะจะถ่ายภาพให้ได้ตอนแรกก็หันข้างให้ได้มุมดีๆ แต่พอตอนจะสะบัดน้ำ กลับเอียงข้างบ้าง หันก้นให้บ้าง ต้องแวะเวียนไปตากฝนอยู่หลายรอบกว่าจะได้ภาพแต่ก็ยังไม่ชอบใจนัก



ภาพกวางสะบัดน้ำที่ผมชอบกลับเป็นตอนที่ไม่ได้ตั้งใจจะได้ภาพแบบนี้ตอนนั้นไปเฝ้ารอถ่ายภาพหมาในอยู่ริมน้ำ ตอนบ่ายๆมีกวางมาหากินและลอยคอข้ามน้ำไปพอขึ้นฝั่งก็สะบัดน้ำออก ผมอยู่ในมุมย้อนแสงพอดี จึงมองเห็นเม็ดน้ำพราวตัดกับฉากหลังสวยงาม





เหมือนที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นออกเดินทางแทบทุกครั้งผมไม่รู้เลยว่าจะได้เจอหรือถ่ายภาพอะไรบ้างแต่ถ้ากล้องและเลนส์ยังเก็บอยู่แต่ในตู้กันชื้น ก็เป็นอันว่าไม่ได้ภาพอะไรแน่ๆ 

ว่างๆ ลองออกมาตากฝนในป่าดูบ้างก็ได้นะครับ      

ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
POWERED BY MINIMORE