วิธีเอาชนะความกลัวหรือความอาย เวลาที่ต้องออกไปถ่ายภาพแนวสตรีท

16 August 2017 / 534 views

วิธีเอาชนะความกลัวหรือความอาย เวลาที่ต้องออกไปถ่ายภาพแนวสตรี

เสน่ห์ของการถ่ายภาพแนวสตรีทนั้น คือการที่ช่างภาพมีโอกาสจะได้ใกล้ชิดและเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คน แต่การถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ลงมาบนภาพถ่ายให้คนดูรู้สึกได้ด้วยนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันง่ายๆ   ช่างภาพแนวสตรีทมือใหม่ จึงมักจะรู้สึกกลัวหรือเขินอายเวลาที่ต้องสะพายกล้องพะรุงพะรังยืนกดชัตเตอร์อยู่ท่ามกลางหมู่คนแปลกหน้า

เซบาสเตียน ยาโคบิตซ์  (Sebastian Jacobitz)   ช่างภาพแนวสตรีท จากกรุงเบอร์ลิน จะมาอธิบายถึงสาเหตุของความกลัวที่ว่านี้ รวมถึงเคล็ดลับของเขาในการรับมือกับมัน

 

ยังไม่เชี่ยวชาญในการควบคุมกล้อง

เซบาสเตียนเล่าว่า ตอนที่เขายังเป็นช่างภาพมือใหม่ เขาเองก็ยังคุมกล้องได้ไม่อยู่หมัด  แถมยังกลัวจะถูกมองว่าเป็นพวกมือสมัครเล่น เขาจึงเลือกที่จะไปถ่ายถาพในที่เงียบๆ ในเวลาที่ไม่ค่อยพลุกพล่านนัก  เซบาสเตียนอธิบายเพิ่มว่า เราทุกคนมักจะรู้สึกกล้าๆกลัวๆ  เวลาที่ต้องอยู่ในอารมณ์  “แปลกที่แปลกทาง” ใจหนึ่งคุณอาจไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของผู้คน  แต่อีกใจก็อยากปรากฏตัวในฐานะช่างภาพที่ดูเท่ห์และดูเป็นมืออาชีพ   เพราะแบบนี้แหละ คุณถึงรู้สึกว่า ถ้ายังใช้กล้องได้ไม่ช่ำชองนัก ก็อย่าเพิ่งออกไปถ่ายภาพจะดีกว่า ใช่มั้ยล่ะ? 

เซบาสเตียนแนะนำว่า จริงๆ แล้วคุณไม่ต้องกังวลขนาดนั้น  ไม่ต้องรอบรู้ขนาดเป็นวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์  หรือเข้าใจทุกๆ ฟังก์ชันของกล้อง แบบทะลุปรุโปร่งหรอก  เอาแค่ฟังก์ชันที่จำเป็นก็พอแล้ว  หรือแม้กระทั่งโหมดอัตโนมัติ  บางครั้งก็ยังถ่ายภาพสวยๆ ได้   อีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่คุณดูเหมือนพวกมือใหม่หรือมือสมัครเล่น ก็กลายเป็นข้อได้เปรียบได้ด้วย      แหงล่ะ  เพราะคุณคงไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด ว่าคุณเป็นช่างภาพปาปาราซซี่ ที่กำลังมาหาข่าว   

อีกอย่างคือ  อย่าไปเขินอายที่จะลอง หรือทำความคุ้นเคยกับกล้องตอนอยู่หน้างาน   ไม่มีใครขอให้คุณท่องคู่มือให้ฟังถึงจะอนุญาตให้ถ่ายภาพได้   จริงมั้ย?    เพราะฉะนั้นก็แค่ศึกษาข้อมูลเท่าที่จำเป็นแล้วก็ออกไปลุย!!   ไม่นานคุณก็จะคุมกล้องได้อยู่หมัดเองแหละ



ไม่กล้าที่จะโดดเด่น

มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอดด้วยการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม  เราดำรงเผ่าพันธุ์มาได้ด้วยวิธีนี้แหละ   แต่ถ้าคุณอยากเป็นช่างภาพแนวสตรีทล่ะก็ วิธีนี้คงไม่ใช่ไอเดียที่ดีเท่าไหร่  เซบาสเตียนอธิบายว่า สังคมตะวันตก มักสอนลูกสอนหลานต่อๆกันมาว่า อย่าไปไว้ใจคนแปลกหน้า   ผลก็คือ ช่างภาพอย่างเราๆ จึงไม่ชอบเข้าไปทักทายผู้คนบนท้องถนน  เพราะกลัวจะถูกมองว่าเป็นภัย  เรามักจะพยายามทำตัวเงียบๆ เนียนๆ ไป

แต่ถ้าในเมื่อเป้าหมายของเรา คือการสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่ไม่ธรรมดา  ซึ่งคงทำไม่ได้หรอก  ถ้าเราทำตัวเหมือนๆ กับที่ชาวบ้านเค้าทำกัน การเงียบๆ เนียนๆ รังแต่จะทำให้เราได้ภาพที่ธรรมดาทั่วๆ ไป  แม้ว่าอาจจะไม่ได้แย่อะไร แต่ภาพของคุณก็จะดูไม่น่าสนใจ  เซบาสเตียนแนะนำว่า ถ้ารักจะเป็นช่างภาพแนวสตรีท คุณต้องตั้งกรอบความคิดซะใหม่  ต้องกล้าที่จะเข้าหาผู้คน

มันก็ไม่แย่นักหรอก ที่จะทำอะไรเหมือนๆ คนอื่น  แต่นั่นแหละ ภาพของคุณก็จะดูไม่น่าสนใจและไม่มีความแตกต่างโดดเด่นสักเท่าไหร่    


ความเชื่อผิดๆ

เซบาสเตียนเล่าต่อว่า เมื่อสมัยแรกๆ ที่เขาออกไปถ่ายภาพตามท้องถนน  เขาคิดเป็นตุเป็นตะไปว่า กำลังถูกจ้องมองเหมือนตัวเองเป็นพวกโรคจิต เพียงเพราะว่าเขาถือกล้องอยู่ในมือ   แต่ความจริงแล้ว มันไม่ใช่แบบนั้นเลย  เขามาคิดได้ว่า คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ก็แค่สงสัยหรือแปลกใจนิดหน่อย แต่คงไม่มีใครฟันธงว่า  คุณเป็นพวกโรคจิตหรือคนไม่ดีอะไรหรอก   เอาเข้าจริงๆ จะถือกล้องหรือไม่ถือ  ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่

เซบาสเตียนเปรียบเทียบให้ฟังว่า ให้ลองนึกถึงเวลาที่คุณเข้าไปซื้อของในร้านค้า  คุณไม่ได้สนใจว่าจะมีใครมองคุณอยู่รึเปล่า  คุณสนใจแค่จะเลือกซื้อของ  แล้วถ้ามีใครในนั้นถือกล้องตัวเล็กๆซักตัว ก็คงไม่ได้ทำให้คุณสนใจเขาไปมากกว่าเดิมหรอก  จริงมั้ย?

ถือกล้องอยู่หรือไม่ถือ  มันมีผลเพียงแค่ในความคิดของเราเองเท่านั้น   เพราะว่าเวลาที่เรากำลังกวาดสายตามองหาช็อตเด็ดๆ ของเราอยู่  เราย่อมมองผู้คนหรือสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างละเอียดลออ  ก็ไม่แปลก ที่เราจะสังเกตเห็นสายตาที่อาจจะแค่ชำเลืองมาเพียงแวบเดียว

เซบาสเตียนเพิ่มเติมว่า ถ้าคุณลองเทียบจำนวนครั้งที่คุณถูก “จ้องมอง” ในตอนที่มีกล้องและตอนที่ไม่มีกล้อง คุณอาจจะพบว่า จริงๆ แล้วมันไม่ต่างกันหรอก คุณแค่คิดไปเองว่ามันต่างกัน 

 



 

กังวลว่าคนอื่นจะมองคุณอย่างไร

เป็นธรรมดาที่เรามักจะอยากดูดีและเป็นที่ประทับใจ แม้ต่อหน้าใครก็ไม่รู้ที่เราไม่รู้จัก

ฟังดูเป็นเรื่องประหลาด แต่นี่คือธรรมชาติของมนุษย์ ที่ได้รับอบรมเลี้ยงดูมา  ทว่าความคิดทำนองนี้เป็นอุปสรรคของช่างภาพแนวสตรีทอย่างเรา และส่วนใหญ่ ล้วนเป็นความเข้าใจผิดๆ

เซบาสเตียนเชื่อว่า บางทีคุณอาจไม่กล้าที่จะถ่ายภาพ เพียงเพราะคุณคิดไปเองว่า กำลังถูกมองเป็นพวกตัวประหลาด ซึ่งมันไม่จริงเลย

เค้าอธิบายเรื่องนี้ว่า ผู้คนบนท้องถนนไม่ได้สนใจอะไรคุณเลย ทุกคนก็สนแต่ธุระของตัวเอง อย่างมากก็แค่สงสัย ว่าคุณกำลังถ่ายภาพอะไรของคุณอยู่แต่ไม่มีใครคิดรังเกียจช่างภาพอย่างคุณหรอก มองอีกแง่ก็ได้ว่า ในเมื่อทุกคนล้วนกังวลที่จะต้องดูดีต่อหน้าคนอื่นๆ ก็คงไม่มีเวลาคิดถึงคนอื่นในแง่ร้ายได้

อย่าไปมัวสนใจว่า ใครจะคิดยังไงกับเรา  คนส่วนใหญ่ก็เหมือนกับคุณนั่นแหละ ที่สนใจเรื่องของตัวเองมากกว่าเสมอ 

 

รู้สึกผิด

เซบาสเตียนชี้ว่า ช่างภาพอาจจะรู้สึกผิดได้สองแบบ  แบบที่หนึ่งก็คือ รู้สึกว่าภาพของคุณไม่สวยหรือไม่ดีพอที่จะเอาไปแชร์ให้เพื่อนๆช่างภาพดู ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ เซบาสเตียนแนะนำว่า ให้คุณฝึกถ่ายภาพต่อไปจนกว่าจะสบายใจที่จะอวดภาพให้ใครต่อใครดู หรือถ้าไม่อย่างนั้น คุณก็ยังสนุกกับการถ่ายภาพแล้วเก็บไว้ดูเองได้อยู่ดี 

 ความรู้สึกผิดแบบที่สองคือ  ความรู้สึกผิดหรือละอายใจ ที่จะถ่ายภาพคนแปลกหน้าตามท้องถนน  เซบาสเตียนอธิบายว่า คุณอาจจะรู้สึกว่ากำลังละลาบละล้วงผู้อื่น ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องดี  แต่เค้ามองว่าการถ่ายภาพแนวสตรีทนั้น เป็นการสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมและศิลปวัฒนธรรมมากกว่า เพราะมันคือการบันทึกช่วงเวลา ผู้คน สถานที่ และสะท้อนความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมา  เขายกตัวอย่างด้วยภาพนี้  ซึ่งแม้เวลาจะผ่านมากว่า 70 ปีแล้ว   แต่ยังคงสร้างความประทับใจได้เสมอ และแม้ตัวแบบหรือช่างภาพอาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่ภาพกลับยังดูมีชีวิตชีวา

เซบาสเตียนย้ำว่าการบันทึกช่วงเวลาที่น่าประทับใจ ไม่ใช่เรื่องน่าละอาย  ในทางกลับกัน เป็นสิ่งที่ช่างภาพควรต้องภูมิใจ ที่ได้ส่งต่อภาพถ่ายดีๆ ให้ลูกหลานได้ชม 

ทหารเรือในสงครามโลกครั้งที่สองกำลังก้มลงจูบนางพยาบาลอย่างดูดดื่ม ภาพถ่ายโดย อัลเฟรด ไอเซนสเตดท์  ( Alfred Eisentaedt )


ในแง่ของจริยธรรมนั้น  เซบาสเตียนเสนอว่า  เขาจะไม่อัพโหลดภาพอะไรก็ตาม ที่เขาจะรู้สึกไม่สบายใจ หากต้องเป็นแบบซะเอง หรืออัพโหลดภาพที่ตัวเองต้องมานั่งวิตกว่าซักวันจะมีใครมาเจอเข้า

 เซบาสเตียนย้ำอีกครั้งว่า คุณไม่จำเป็นต้องกลัวหรืออายที่จะออกไปถ่ายภาพ และแม้ว่าคุณจะรู้สึกว่าภาพของคุณยังดีไม่พอ แต่ก็ขอให้คิดว่า คุณได้ทำหน้าที่ที่มีเกียรติต่อสังคม

 จงภาคภูมิใจกับการเป็นช่างภาพแนวสตรีท และจงสร้างงานที่มีค่าต่ออนุชนรุ่นหลังต่อไป

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

เซบาสเตียน ยาโคบิตซ์ (Sebastian Jacobitz)  ช่างภาพแนวสตรีท วัย 28 ปี จากกรุงเบอร์ลิน  ชมงานของเขาได้ที่  Flickr stream บทความนี้ได้ถูกเผยแพร่ ที่นี่  และแชร์ต่อมาโดยได้รับอนุญาต

 

แปลและเรียบเรียงโดย  ณัฐวุฒิ  ธีระเกียรติกำจร 

ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
POWERED BY MINIMORE