มุมมอง

6 October 2016 / 5835 views

สำหรับการถ่ายภาพ สิ่งที่สำคัญมากๆสิ่งหนึ่งคือ 'มุมมอง'

มุมมองในที่นี่รวมถึงมุมภาพในความหมายขององค์ประกอบภาพ และยังรวมถึงมุมมองในการใช้ชีวิต เสน่ห์ของการถ่ายภาพไม่ใช่เพียงแค่ถ่ายออกมาให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ในภาพคือสถานที่ใดหรือเหตุการณ์ใด จริงอยู่ในบางกรณีเราบอกเล่าภาพแบบตรงไปตรงมา เช่นงานข่าวและงานสารคดี ซึ่งต้องการความจริงในภาพเป็นสิ่งสำคัญ ทว่าในบางครั้งเราใช้มุมมองผสมกับเทคนิคการถ่ายภาพเพื่อให้ได้ภาพที่แปลกตา และดึงดูดใจ 

ภาพบางภาพอาจกลายเป็นภาพวาด ภาพบางภาพอาจจะดูแล้วสงสัยในที่แรกว่าคืออะไร บางภาพอาจสงสัยว่ามุมภาพแบบนี้ถ่ายมาได้อย่างไร ความสนุกของการถ่ายภาพคือการหามุมสวยๆที่ซุกซ่อนอยู่ การหามุมมองใหม่คือการริเริ่ม ส่วนการซ้ำรอยคือเรื่องเก่าเล่าใหม่ งานก็ท้าทายมากขึ้น


เมื่อเลือกองค์ประกอบภาพให้พอดี ก็ใช้เพียงเทคนิคถ่ายภาพด้วยความไวชัตเตอร์ต่ำร่วม ภาพนี้คือป้ายไฟโฆษณา ที่รอบๆรกด้วยตัวหนังสือมากมาย   

มุมภาพ เกิดจาก การดูภาพเยอะๆ ทำให้เราสามารถแตกช็อตได้หลากหลาย มีมุมในใจที่อยากได้ มีจินตนาการในการสร้างภาพธรรมดาให้ออกมาสวยได้ ยิ่งมีความรู้ในเรื่องนั้นๆก็จะได้ภาพหลากหลายมิติมากขึ้นเพราะรู้มากกว่าคนอื่น

การจะมีมุมมองที่ดีได้เกิดจากทักษะ ทั้งจากการถ่ายภาพและฝึกฝนจนเกิดเป็นความเคยชิน มุมมองแรกๆมักเกิดจากการอยากได้ภาพแบบที่คนอื่นถ่าย ในช่วงแรกการถ่ายภาพยังเป็นไปด้วยความสนุกเพราะเป็นช่วงเริ่ม เมื่อได้ถ่ายตามภาพที่คนอื่นๆถ่ายมาแล้ว จะพัฒนาไปสู่ภาพแบบที่เราอยากได้เอง เชื่อเถอะครับว่าถ้าคุณมีมุมมองที่ดี ในโลกนี้มันยังมีภาพที่ยังไม่ถูกคนถ่ายอีกมากมาย ถึงแม้ว่าโลกของการถ่ายภาพจะมีมานานหลายร้อยปี แต่มุมภาพและภาพใหม่ๆก็เกิดขึ้นได้เสมอ



ดอกดุสิตา มีคนถ่ายภาพมาเป็นนับหมื่นๆภาพ แค่เปลี่ยนวิธีมอง ก็ได้ภาพที่ไม่เหมือนใครแล้ว จากด้านข้างมาถ่ายจากมุมด้านบนเลือกฉากหลังสีเขียวเพื่อขับให้สีม่วงโดดเด่นขึ้นมามากกว่าเดิม


มุมมองอาจเรียบง่าย เหมือนเพลงเดอะบิทเทิลที่มีไม่กี่คอร์ด หรือจะซับซ้อนทุกวินาทีแบบดรีมเธียเตอร์ก็ตามแต่จินตนาการ การเลือกใช้เทคนิคต่างๆประกอบมุมมองที่เราคิดไว้ เช่น การกำหนดระยะชัดลึก เลือกใช้หน้าชัดหลังเบลอแบบงานรับปริญญาจากเลนส์เอฟกว้าง หรือหน้าเบลอหลังชัดแบบที่นิยมในหนังสือกรอบเหลือง เทคนิคการใช้สปีดชัตเตอร์สูงเพื่อหยุดความไวของตัวแบบ หรือการให้เกิดการเคลื่อนไหวในภาพนิ่งจากโมชั่นเบลอ เทคนิคพื้นฐานเหล่านี้ล้วนทำให้เราได้ภาพที่แตกต่างบนมุมมองที่เรากำหนด

มีเทคนิคพื้นฐานมากมายที่ทำให้เราสร้างมุมมองใหม่ๆให้กับภาพได้ เช่น การสร้างกรอบภาพเพื่อดึงให้คนมองไปที่สิ่งที่น่าสนใจในภาพ การสร้างเส้นนำสายตา หรือการเปิดพื้นที่โล่งเพื่อให้เห็นถึงอิสระและพื้นที่ว่าง

    

การเสาะแสวงหามุมเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราค้นเจอมุมภาพที่แตกต่าง ภาพนี้นอกจากจะได้กรอบภาพ ความขลังจากไฟเทียนและคราบเขม่าที่ติดกระจก ยังได้เสน่ห์ที่อธิบายภาพวัดทักซังที่ตระหง่านอยู่บนยอดเขา หลีกหนีมุมมองที่ใช้ธงมนต์เป็นฉากหน้า


มุมมองที่เราเห็นจะคมชัดขึ้นถ้าเรามองอย่างคนรู้เรื่อง พูดง่ายๆก็คือเข้าใจในสิ่งที่จะถ่าย เข้าใจในเหตุและผล เพื่อนำมาคิดเป็นภาพ  และนำมาคิดเป็นมุมภาพต่อไป

มุมมองในการใช้ชีวิตก็มีส่วน หากเราเป็นคนอารมณ์ดีก็สามารถสร้างภาพธรรมดาผ่านวิธีคิดเพื่อออกมาเป็นภาพที่คนดูยิ้มไปด้วย หากชีวิตเครียดหรือหม่นหมองภาพบางทีก็เศร้าและหม่นตามไปด้วย

วิธีคิดของเราจะทำให้ได้มุมมองภาพที่แตกต่าง การทำอะไรเดิมๆซ้ำๆที่คนอื่นทำมามากแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นภาพสวยๆแต่อาจไม่มีอะไรให้จดจำ

...

นอกจากการฝึกหามุมมองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องฝึกควบคู่ไปด้วยนั่นคือ การเลือกใช้ช่วงเลนส์ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้องค์ประกอบที่ดีในภาพ ถ่ายทอดสิ่งที่ตาเห็นออกมาให้ได้อย่างที่ใจคิด

ในมืออาชีพสายงานข่าว หลายคนเลือกเลนส์สว่างมุมกว้าง มากกว่าเลนส์ซูมเพราะเอฟสว่างสามารถช่วยละลายฉากหลังที่ไม่ต้องการออกไปได้เป็นอย่างดี และยังทำงานได้ดีในสภาพแสงโหดร้าย แต่ต้องอยู่ในระยะที่หวังผล ต้องมีการคาดเดาวางแผนเพื่อให้ไปอยู่ในจุดที่เหมาะสม ถ่ายทอดภาพออกมาในระยะที่เกิดอิมแพคกับคนดู 



มุมมองธรรมดา แต่เปลี่ยนจากเลนส์ซูมไวด์ปกติเป็นเลนส์ TSE เพื่อให้ได้จุดน่าสนใจแค่บางระนาบ 


เลนส์ตัวเดียวกันเมื่อไปอยู่กับช่างภาพทั่วไป อาจจะได้เพียงภาพที่มีองค์ประกอบภาพเวิ้งว้างขาดพลังจากจุดสนใจของภาพ หรือแม้แต่ไปอยู่ข้างๆกันก็อาจจะหามุมมองได้ไม่ดีนักจากประสบการณ์ที่น้อยกว่า มุมมองในเหตุการณ์แบบนี้มาไวไปไว และมักรกรุงรังด้วยผู้คน แขนขา สิ่งต่างๆที่จะเข้ามาทำลายองค์ประกอบมีมากเต็มไปหมด เวลาในการเช็คภาพของมือสมัครเล่นอาจเป็นเวลาที่มืออาชีพได้ภาพขึ้นปกหรือภาพเปิดสารคดี เมื่ออยู่ ณ เวลานั้นเราต้องตีภาพออกมาและหาภาพตัวแทนภาพนับร้อยออกมาให้ได้ การดูภาพดูมุมมองจากมืออาชีพจึงไม่ใช่เพียงการดูมุม แต่ดูไปถึงความคิด การวางแผน การเลือกใช้อุปกรณ์ เพื่อให้ได้ภาพที่ดี

ในการถ่ายภาพสัตว์ป่าเมื่อมุมมองเราเข้าที่ เราจะจำระยะซุ่มได้ เมื่อผมเจอแหล่งสัตว์ป่า เราจะรู้ว่าเราควรไปอยู่ตรงไหน คาดการณ์ว่าสัตว์จะออกมาจากตรงไหน ผ่านอะไรจนมาถึงจุดที่เฝ้า ฉากหลังที่เราคาดการจะยังคงดีตลอดวันไหม บางครั้งฉากหลังที่ดีในเวลาหนึ่งกลับมากวนตัวแบบมากๆเมื่อแสงและเงาเปลี่ยนไป แสงและเงาเองบางทีก็ทำให้แบบนั้นเด่นหรือกลืนไปกับฉากหลัง นอกจากมุมมองที่เราอยากได้เราจึงต้องคอยดูแสงเงา สภาพแวดล้อมต่างๆเพื่อที่เราจะรู้ว่าตำแหน่งไหนเหมาะกับการซุ่มที่สุด โดยมีระยะแบบ ห่างถ่ายง่าย ใกล้ถ่ายยาก " เป็นตัวกำหนด ระยะห่างมากเสียงชัตเตอร์ไม่ไปรบกวน สัตว์ดำเนินชีวิตไปตามปกติ แต่ในบางเวลาระยะการนั่งแบบฮาร์ดคอร์ก็ทำให้เราได้เห็นรายละเอียดต่างๆแตกต่างออกไปจากระยะไกล แต่ต้องมีมุมมองที่มากพอเพราะระยะใกล้บางทีก็ทำให้ใกล้จนขาดๆเกินๆ 


เมื่อเกิดภาพขึ้นในใจ ใช้วิธีซูมด้วยขา เพราะใช้เลนส์ 500 วิ่งไปดักหน้าคอย จากการคาดเดาทิศทางการเดินของช้าง อารมณ์ดีเดินสะบัดหู นอกจากจะปลอดภัยแล้วยังมีเวลารอจังหวะที่ได้หน้าตรงๆ และเลือกช็อตที่ช้างโทนกำลังยกขา

สุดท้ายแล้วการเอาเลนส์ที่ชอบที่ชอบ ออกไปฝึกฝนโดยมีภาพที่คิดเปลี่ยนไปตามเหตุการณ์จริงดูจะเป็นการฝึกที่ดีที่สุด  เมื่อได้ภาพกลับมาดูหาข้อบกพร่องและกลับไปแก้ไข 

ในเหตุการณ์จริง การหาภาพที่โดดเด่นออกจากฉากหลัง ไม่ใช่สิ่งที่ทำไม่ได้ การหาข้อมูลหรือข้อความบางอย่างมาเสริมในภาพก็ไม่ยาก การหาพระรองมาเสริมให้พระเอกเด่นขึ้นก็ทำได้ หลายครั้งเราอยู่ในองค์ประกอบที่เหมาะสมแล้ว แต่คิดไม่ได้ ไม่เคยมอง เพราะมัวแต่พุ่งเป้าไปที่จุดสนใจเพียงอย่างเดียว ทำการบ้านมาน้อย หรือไม่ได้นึกถึง บางคนคิดว่าสิ่งที่ถ่ายอยู่นั้นมันอยู่ในมุมที่ดีแล้วไม่กล้าวัดดวงไปอยู่ในมุมที่คิดไว้เพราะกลัวพลาดโอกาส อันนี้เป็นอีกสิ่งที่ยืนยันคำที่ว่า ถูกที่ถูกเวลา เมื่อรู้ว่ามุมมองเราไม่ได้ เราต้องพยายามไปให้ถูกที่เพื่อให้ได้มุมมองที่เหมาะสมที่สุด


บางครั้งหากอยากได้มุมดีดี ต้องกะหาทิศทาง อาศัยขอขึ้นที่สูง หรือเตรียมจองที่พักที่คาดว่าจะได้มุมสวย ถือเป็นการวางแผนเรื่องมุมภาพอย่างหนึ่ง


 การรอคอย บางครั้งเป็นปัจจัยที่ทำให้องค์ประกอบภาพสมบูรณ์มากขึ้น ช่วยเสริมให้มุมมองที่นึกไว้มีเรื่องราวมากขึ้น


นอกจากมุมมองจากภาพแล้ว บางครั้งเราเพียงรับคำวิจารณ์ที่เห็นต่าง ก็จะช่วยเปิดมุมมองการถ่ายภาพที่กว้างมากมิติขึ้น แต่หากยังจมอยู่กับความคิดแบบเดิม ไม่เปิดรับ ไม่พัฒนา ภาพก็จะออกจากความคิดเดิม สมองเดิม สมองที่ไม่เปลี่ยนนี่คือสิ่งที่น่ากลัว สมองที่ได้คิด ได้ปรับเปลี่ยนวิธี ได้แก้ไขสถานการณ์ เป็นสิ่งสำคัญกว่าการเปลี่ยนกล้องเปลี่ยนเลนส์ หลายครั้งเราพบว่าเราใช้สุดยอดกล้อง โคตรเลนส์ แต่ภาพก็ยังไม่ไปไหน คงถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนมุมมองหลายๆอย่าง ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ทุกคนสามารถเรียนรู้และฝึกฝนพัฒนาได้ด้วยตนเอง
ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
oat_mph
ขอบคุณครับ
28 December 2016 11 : 32 : 33
POWERED BY MINIMORE