Roam around Leh : ตะลอนเรื่อยๆไปตามทาง

2 February 2017 / 653 views
     เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสติดตามรุ่นพี่ไปเที่ยว Leh เป็นการเที่ยวแบบระยะยาว มีการเปลี่ยนที่พักนอนค้างตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ มีไปนอนค้างที่ตัวเมือง Leh, หมู่บ้าน Alchi, แคมป์ข้างทะเลสาบ Pangong lake และ แคมป์ที่ทะเลทราย Nubra valley นอกจากนี้ระหว่างการเดินทางไปยังจุดต่างๆ ยังได้พบเจอวิวข้างทางสวยๆ ที่สามารถแวะจอดรถได้เรื่อยๆ มองดูได้ไม่มีเบื่อ เจอสัตว์น้อยใหญ่ข้างท้างที่มีวิวสวยๆเป็นฉากหลัง เจอผู้คนที่มีความน่าสนใจ

ตัวเมือง Leh

     Shanti Stupa ยามเย็น เมื่อมองลอดผ่านธงมนต์ของ  Namgyal Tsemo Gompa


   
     Namgyal Tsemo Gompa และ Shanti Stupa ข้างหลังไกลๆ


    
     Namgyal Tsemo Gompa ในช่วงแสงสุดท้ายของวัน


    
     ตัวเมือง Leh ยามเมื่อพายุฝุ่นมาเยือน ในช่วงที่ไปได้พบเจอกับสภาพอากศที่ค่อนข้างแปรปรวน มีฝนตกบ้าง มีเมฆครึ้มๆ สลับกับฟ้าแจ้งไปเรื่อยๆ



   ตัวเมือง Leh เมื่อมองจากมุมสูงๆ



     ตลาดหลักของเมือง Leh สามารถมาเดินจับจ่ายซื้อของ เดินเล่น ถ่ายภาพผู้คน (อาจต้องแลกกับการให้เงิน)





Lamayuru

     Lamayuru ที่ซึ่งมีฉายาว่า Moon land เนื่องจากลักษณะของภูมิประเทศแถบนี้ มีศาสนสถานเก่าแก่คือ Lamayuru Monastery ซึ่งเราจะต้องเดินขึ้นไปยังส่วนบริเวณยอดเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาสนสถาน และขึ้นไปสูงๆอีก เพื่อจะได้เห็นมุมในการถ่ายภาพสวยๆ









Alchi

     เป็นหมู่บ้านที่มีศาสนสถานสถานเก่าแก่ คือ Alchi Gompa และเป็นที่ๆได้เจอเขื่อนที่มีทางเดินสวยๆโดยบังเอิญ ที่หมู่บ้านนี้กิจกรรมของชาวบ้านที่มักพบเห็นยามเช้าคือการเดินสวดมนต์ รอบๆ Alchi Gompa นอกจากนี้ยังพบชาวบ้านตั้งร้านค้า เด็กเดินไปโรงเรียนได้อีกด้วย














Pangong lake

     ทะสาปน้ำเค็มสี Turquoise มีโอกาสได้นอนข้างทะเลสาบ 1 คืน รับประกันได้ว่าลมแรงและหนาวจริงๆ ทะเลสาบนี้จะมี 2 ส่วน คือส่วนที่อยู่ในอินเดีย และส่วนที่อยู่ในจีน ในช่วงที่ไปเหมือนกำลังมีการก่อสร้างสถูปอยู่อีกด้วย














Nubra valley

     เป็นทะเลทรายสีเงิน ประเภท cold desert มีสภาพอากาศหนาวเย็น เป็นทะเลทรายที่มีมีแอ่งน้ำ มีลำธาร ทะเลทรายนี้มีขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่นัก มีอูฐขนาดเล็กให้นักท่องเที่ยวลองขี่











นอกจากแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายหลัก Leh ก็ยังมีผู้คน วิวข้างทาง ให้สามารถ่ายภาพได้ตลอด


     ผู้คนที่ Leh










     มีแม้กระทั่งหนุ่มต่างชาติปั่นจักรยานท่องเที่ยว อันนี้ยอมใจเขาจริงๆ



     ส่วนการขับมอเตอร์ไซค์ ก็เป็นกิจกรรมที่นิยมมากๆที่ leh แต่คนที่จะทำกิจกรรมนี้ควรมีพื้นฐานที่เตรียมมาดี เพราะหนทางไม่ได้สะดวกตลอด ต้องมีการใช้ประสบการณ์ช่วยในการขับขี่ เพราะระหว่างทางพบเจออุบัติเหตุพอสมควร การขับที่ Leh มอเตอร์ไซค์ก็มีทั้งแบบฉายเดี่ยว หรือมาเป็นกลุ่ม




สัตว์ต่างๆ ที่ได้พบเจอก็เก็บภาพมาบ้าง

     ตัว Marmot อันนี้เราไม่ควรให้ของกินกับ Marmot เพราะจะทำให้นิสัยของมันเปลี่ยนได้ และจะลดความระมัดระวังต่อผู้คน อาจก่อให้เกิดอันตรายกับตัวมันได้





     ม้าข้างทาง





     Yak ที่มอมมากๆ ตัวนี้พี่ไกด์ชี้ให้ดู แต่ที่ Leh ยังมีวัวขนยาวๆ หน้าตาคล้ายๆกันด้วย แยกยากจริงๆ




วิวข้างทางทั่วๆไป


     จุดบรรจบแม่น้ำสินธุและแม่น้ำซันสการ์ แต่ช่วงที่ไปสีของแม่น้ำทั้ง 2 สาย ยังไม่สวยมากนัก

 
   วิวข้างทางทั่วๆไป











     ถนนที่นี่จะกระเด้งกระดอนตลอดทาง และมีความหวาดเสียวเป็นระยะๆ บางครั้งหนทางก็แคบ จนต้องเอารถหลบข้างๆเหว เพื่อให้ให้รถอีกฝั่งได้ผ่านไปก่อน





     ตรงนี้คือ Chang la pass เป็นถนนที่อยู่บนความสูงประมาณ 5,360 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เราสามารถจอดถ่ายรูปกันได้ แต่ไม่ควรอยู่นานเกินไป เพราะอาจเกิดภาวะ Acute mountain sickness (AMS) ได้ ด้วยความสูงระดับนี้เราสามาถรมองเห็นยอดเขาหิมะได้ใกล้ๆ



     ตรงจุดต่อไปนี้คือ Khardung La pass เป็นถนนที่สูงสุดของโลก อยู่บนความสูงประมาณ 5,602 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ถึงสูงขนาดนี้ก็ยังมีผู้คนสามารถออกแรงแย่งกันถ่ายรูปกับป้ายกันได้ ไม่ธรรมดาจริงๆ และนอกจากนี้พี่ไกด์ยังบอกว่า จะมีถนนที่ตั้งอยู่สูงกว่านี้อีกในจีนที่กำลังจะเปิดใช้งาน และสูงขนาดนี้แน่นอนว่าสามารถส่องไปเจอยอดเขาที่มีธารน้ำแข็ง(หิมะ) ได้สบายๆ









ที่จริงยังมีรูปในอีกหลายๆสถานที่แต่ชักจะยาวไปแล้ว กระโดดข้ามมาปิดท้ายกันที่ภาพมุมสูงๆจากเครื่องบินกันดีกว่าครับ






ทิ้งท้าย ให้ดูผลของที่สูงต่อวัตถุ ถุงเลย์บวมเป่ง ตรงจุดนี้ถ่ายที่ Chang La pass ดังนั้นใครที่จะมาเที่ยวต้องเตรียมตัวให้ดีนะครับ เมื่ออยู่ที่ Leh อย่าขาดน้ำหมั่นทานน้ำบ่อยๆ และอย่าอดนอน นอกจากนี้เวลาเคลื่อนไหวให้ค่อยๆช้าอย่าประมาทนะครับ เพราะช่วงระหว่างท่องเที่ยวก็พบเจอคนเกิดภาวะ Acute mountain sickness (AMS) บ้างเหมือนกัน

ท้ายสุดจริงๆแล้ว อย่าลืมลองรสชาติเอกลักษณ์ของที่นี่กันนะครับ รส Masala มีชา ขนมขบเคี้ยวให้เลือกตามชอบเลยครับ


ต้องขอขอบคุณพี่ต้นและพี่ๆทุกคนที่ให้ผมตามไปเที่ยวด้วยขอบคุณมากๆครับ

























ความเห็นของผู้เขียน ทาง PIXNIQ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบทความมีสิขสิทธิ์ของผู้เขียน

Related Stories

Comments

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น Sign in
POWERED BY MINIMORE